Dresses

กระโปรงลายเสือ เปรี้ยวสุดๆ

กระโปรงลายเสือ เปรี้ยวสุดๆ

กระโปรงลายเสือ เปรี้ยวสุดๆ ช่วงนี้ไปทางไหนต้องหลบทางให้เทรนด์แฟชั่นกระโปรงลายเสือจริง ๆ เพราะไม่ว่าจะจับไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าชิ้นไหนก็ดูสวย เปรี้ยว เท่ ขึ้นมาทันทีค่ะ นอกจากเสื้อลายเสือที่เราเห็นบ่อย ๆ แล้วเนี่ย ก็ยังมีเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ ที่พอใส่ลายเสือลงไปก็ดูชิคขึ้นมาทันที วันนี้ทางเรามีไอเดียจับเกระโปรงลายเสือมาใส่ให้ดูคูล ไปดูกันเลยค่ะ กระโปรงลายเสือเพิ่มความเปรี้ยว จับเอากระโปรงลายเสื้อสุดเปรี้ยวจี๊ด หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นทรงเอวสูงที่ช่วยทำให้เราดูเอวเล็กหรือเป็นกระโปรงพลิ้ว ๆ แมตช์กับเสื้อยืดสีขาวง่าย ๆ พร้อมกับรองเท้าผ้าใบ ก็ทำให้ดูเท่ขึ้นมาทันที

แต่ช้าก่อน ! สาว ๆ จ๋า ทางเราอยากจะขอเชิญชวนให้ทุกคนมาออกลายด้วยกันผ่าน “กระโปรงลายเสือ” หรือ Leopard Print ปริ้นเก๋ ๆ ที่มีเสน่ห์สะกดทุกสายตาแน่นอน แต่จะใส่คู่กับอะไรยังไงดี วันนี้เรามีไอเดียง่าย ๆ ใส่ตามได้จริงมาฝากกันค่ะ

Leopard Print Skirt x T-Shirt ทีเชิ้ตในที่นี้เราขอเน้นเสื้อยืดเลยค่ะคุณขา เพราะเป็นไอเท็มที่ทุกตู้ต้องมีได้ทั้งความสบายคล่องตัวพร้อมลุยทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเสื้อยืดสีขาวและดำ จะช่วยเสริมให้ลายเสือของกระโปรงนั้นดูโดดเด่นน่าขย้ำเลยแหละ อิอิ

Leopard Print Skirt x Jacket หรืออาจจะลองแมทช์กระโปรงลายเสือกับแจ็กเกตยีนส์หรือแจ็กเกตหนังก็เอาอยู่นะ  ได้ลุคแบบแม่เสือสาวจอมเท่ สวย มีสไตล์ ยิ่งถ้าใส่สนีกเกอร์แล้วจะกลายเป็น Sporty ขึ้นมาทันที หรือจะปลุกความเป็นแฟชั่นนิสต้าในตัวด้วยบูทดำสักคู่ก็จบปิ๊ง ! ขอไฟฟอลโล่ไปเดินเฉิดฉายบนรันเวย์ของคุณได้เลย

Leopard Print Skirt x Black Long Sleeved Shirt ถ้าใครอยากได้ลุคหรูหรานิด ๆ เราขอแนะนำเสื้อแขนยาวสีดำเลยจ่ะ…ลองดูจะแนบเนื้อ รัดรูปไม่รัดรูปก็ได้นะ ผนึกกำลังกับกระโปรงลายเสือและส้นสูงนิดนึง โอ้โห…โก้เก๋อย่าบอกใคร ลุคนี้สามารถไปงานได้เลยสบาย ๆ รับลองหากคุณเลือกแต่งตัวลุคนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

เห็นแล้วต้องร้อง Wow กับทุกชุดทุกสไตล์จริง ๆ ไอเดียการใส่กระโปรงลายเสือ เป็นอีกไอเดียง่าย ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนวันธรรมดาของสาว ๆ ให้มีสีสันได้แบบสุด ๆ เลยล่ะ ไม่เชื่อ ต้องลองด้วยตัวเอง แล้วคุณจะเผลอร้องคำรามโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนพูดได้เลยว่ากระโปรงลายเสือเป็นหนึ่งในแฟชั่นที่สาวๆต้องมีติดตู้ไว้อยากน้อยหนึ่งตัวแน่นอนเลยค่ะ ดูความร้อนแรงของกระโปรงลายเสือได้จากทุกคอลเลคชั่นของเกือบทุกแบรนด์ จะต้องมีการใช้ลายเสือลงบนกระโปรงผ้ากันทั้งนั้น และกระโปรงลายเสือก็เป็นไอเทมที่สาวๆสายแฟย่อมไม่พลาด เพราะนอกจากจะได้ลุคสาวมั่นสุดเฟียซ ยังเปรี้ยว เก๋ ไม่ว่าจะใส่ไปไหนก็เริ่ดทุกงาน ดังนั้นวันนี้เพื่อไม่ให้คุณตกเทรนด์กันไป ทางเราเลยแนะนำวิธีการมิกซ์แอนด์แมทช์กระโปรงลายเสือกับเสื้อแบบต่างๆมาฝากกันค่ะ รับรองว่าปังเบอร์แรงจนฉุดไม่อยู่ ไม่ว่าจะใส่ไปเที่ยว หรือใส่ไปทำงานสามารถตอบโจทย์คุณสาวๆได้หลากหลายโอกาสแน่นอน ซื้อกระโปรงลายเสือมาตัวนึงคุ้มค่าแน่นอน ใส่ไม่มีวันเบื่อ หรือคุณสาวๆอาจจะเลือกซื้อเป็นของขวัญให้เพื่อนก็สามารถทำได้

Dresses

กระโปรงชาวเขา ใส่แล้วน่ารัก

กระโปรงชาวเขา

กระโปรงชาวเขา ใส่แล้วน่ารัก กระโปรงชาวเขา อาจจะเป็นกระโปรงจีบเป็นรอบ ทำเป็นลวดลายต่าง ๆ ทั้งการปัก และย้อม รอย ผ่าของกระโปรงอยู่ด้านหน้า มีผ้าเหลี่ยมผืนยาวปักลวดลายปิดรอยผ่า และมี สีแดงคาดเอวทับอีกทีหนึ่ง โดยผูกปล่อยชายเป็นหางไว้ด้านหลังสำหรับ กระโปรงนี้จะใส่ในทุกโอกาส และในอดีตนิยมพันแข้งด้วยผ้าสีดำอย่างประณีตซ้อนเหลื่อมเป็นชั้น ๆ ปัจจุบันก็ไม่ค่อยนิยมใส่กันแล้ว ผู้หญิงม้งนิยมพันผมเป็นมวยไว้กลางกระหม่อม และมีช้องผมมวยซึ่งทำมาจากหางม้า พันเสริมให้มวยผมใหญ่ขึ้น ใช้ผ้าแถบเป็นตาข่ายสีดำพันมวยผมแล้วประดับ ด้วยลูกปัดสีสวย ๆ ส่วนเครื่องประดับเพิ่มเติมนั้น มีลักษณะเหมือนกับม้งขาว แต่ปัจจุบันกระโปรงชาวเขานิยม ใส่กระโปรงสีขาวเฉพาะงานสำคัญเท่านั้น เพราะกระโปรงขาวเปรอะเปื้อนได้ง่าย และมีผ้าสี่เหลี่ยมผืนยาวห้อยลงทั้งด้านหน้า และหลัง ผ้านี้มักจะปักลวดลาย สวยงามมีผ้าแถบสีแดงคาดเอว

เครื่องแต่งกายของผู้หญิงเป็นประจักษ์พยานอันชัดถึงการแข่งขันกันเป็นหนึ่งอย่างไม่ยอมน้อยหน้าใครเห็นได้ เนื่องจากสมัยก่อนใช้การเย็บด้วยมือ แต่สมัยนี้เย็บด้วยจักร การเย็บจะปราณีตกว่า สวยกว่า แต่เล็กกว่าแบบดั้งเดิม เดิมที่ลีซูทำเสื้อผ้าฝ้ายใยกัญชา แต่ทุกวันนี้หญิงลีซูแถบเหนือจะใช้ผ้าฝ้าย ส่วนพม่าในจีนก็ยังคงนุ่งกระโปรง ผ้าใยกัญชาจีบสลับซับซ้อน ลีซูในพม่าการแต่งกายจะแตกต่างกัน และหลายแบบ ซึ้งไม่เหมือนกันชนเผ่าลีซูในเมืองไทย หญิงลีซูในเมืองไทยหันมาใช้ผ้าฝ้าย หรือผ้าใยสังเคราะห์ซึ่งมีขายทั่วไปในท้องตลาด ด้านหน้าคลุมเข่า ด้านหลังห้อยลงไปคลุมน่อง คอกลมติดสาบเฉียงแบบจีนจากกลางคอลงไปถึงแขนขวา ผ้าชิ้นอกของเสื้อมักต่างกันส่วนอื่นๆ ตัวเสื้อมักเป็นสีฟ้าอมเขียวหรือสีอื่น ๆ

การผลิต
หน้าที่ผลิตกระโปรงชาวเขาเป็นของฝ่ายหญิง เช่นเดียวกับชนเผ่าอื่น ๆ วัสดุที่ใช้ผลิตปัจจุบันซื้อผ้าทอ และด้ายย้อมสีสำเร็จรูปจากโรงงานที่มีขายตามร้าน ลักษณะการทอผ้าของลีซูเหมือนกลุ่มมูเซอ คือ เป็นแบบห้อยหลัง หรือสายคาดหลัง การทอผ้าเพื่อเย็บสวมใส่ ไม่มีปรากฏในชุมชนลีซูของประเทศไทย ปัจจุบันมีเพียงการทอผ้าหน้าแคบขนาดเล็ก ๆ เพื่อนำมาเย็บประกอบเป็นย่ามเท่านั้น

การตกแต่ง 
ลักษณะการตกแต่งเสื้อผ้า ส่วนใหญ่เน้นประดับด้วยแถบริ้วผ้าสลับสี ผ้าตัดปะและเม็ดโลหะเงินมีการตกแต่งด้วยลายปักบ้างเล็กน้อย และด้านข้างสายย่ามช่วงต่อกับพู่ที่จะทิ้งชายลงมาทั้งสองด้านเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมให้ดูโดดเด่นขึ้นอีกหลายแบบ เช่น ใช้พู่ไหมพรมหลากสี กระจุกด้ายลูกปัด และเครื่องเงิน

ลวดลาย 
ลักษณะลวดลายพื้นฐานซึ่งเป็นที่รู้จักดีในกลุ่มผู้หญิง และส่วนใหญ่เป็นลวดลายที่เกิดจากการใช้แถบริ้วผ้าสลับสีผสมผสานกับลายตัดผ้าปะ เช่น คัวะเพียะคว้า (ลายหางธนู) เพี่ยะกุมาคว้า (ลายหน้าอกเสื้อ) อ๊ะหน่า (ลายเขี้ยวหมา) ลายนี้ยิ่งทำเขี้ยวได้เล็กมากเท่าไหร่ แสดงว่าผู้ทำมีฝีมือดี ฟูยี่ฉี่ (ลายท้องงู) นะหูเมี่ยซืย (ลายตาหมวก) อี๊กือจะย่า (ลายริ้วผ้าสลับสี) ใช้สลับหรือกำหนดลาย จะสังเกตได้ในการตกแต่งคอเสื้อผู้หญิง จะใช้ลายเพียงสองลาย คือ อี๊กือจะย่า หรือ ลายริ้วผ้าสลับสี และลายอ๊ะหน่าหรือ ลายเขี้ยวหมาซึ่งง่ายต่อการ ปรับให้โค้งไปตามแนวรอบคอ ลายอี๊กือจะย่า ลายริ้วผ้าสลับสี และลายเขี้ยวหมา จะใช้ประกอบกับทุกลาย ส่วนลายอื่นๆ ไม่นิยมนำมารวมกัน จะเลือกใช้เพียงลายใดลายหนึ่ง นำมาเป็นลายหลักแล้วแต่งประกอบด้วยลายอี๊กือจะย่า และลายอ๊ะหน่าซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ตกแต่งแขนเสื้อ เข็มขัด และหมวกเด็ก

Dresses

กระโปรงผ่าหน้า เดินสะดวกสบาย

กระโปรงผ่าหน้า

กระโปรงผ่าหน้า เดินสะดวกสบาย สวัสดีจ้าสาวๆ สบายดีกันมั๊ยเอ่ย วันนี้ก็มาพบกันอีกแล้วนะคะแน่นอนว่าเจอกันแบบนี้ต้องมีอะไรดีแน่นอน วันนี้ก็เช่นเคยจ้า ทางเรามีไอเดียการแต่งตัวสวยๆ มาฝากกันนั่นก็คือแฟชั่น “กระโปรงผ่าหน้า” นั่นเอง บอกเลยว่าสาวๆต้องปลื้มหนักมากทางเรารวมไอเดียการใส่กระโปรงมาไว้ให้แล้ว บอกเลยว่ามิกช์ยังไงก็ลงตัว ไม่มีพัง งานนี้มีแต่ปังรัวๆ

สาวๆบางคนอาจไม่กล้าที่จะใส่กระโปรงผ่าหน้า ไม่มั่นใจว่าใส่ออกมาแล้วจะสวยรึป่าว แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้วเพราะวันนี้เรามีภาพสวยๆของแฟชั่นกระโปรงผ่าหน้ามาฝากรับรองว่าทำให้สาวๆมั่นใจมากยิ่งขึ้นแน่นอน จะใส่ชุดไหนขอให้สาวๆมั่นใจในตัวเองก่อนะคะ เพราะถ้าเรามั่นใจแล้ว ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร เราก็ไม่กลัว และทำให้เรามั่นใจที่จะแสดงออก แค่นี้ก็สวยสุดกับชุดที่เราใส่เรานะคะ

“แฟชั่นรอบรั้วมหาลัย” ก็เป็นหนึ่งในจารีตประเพณีของเหล่าบรรดานักเรียน นักศึกษา ทั้งชายและหญิง ทางเราจึงขอนำเสนอเรื่องราวของแฟชั่นกระโปรงผ่าหน้าซึ่งเป็นที่ชื่นชอบในวงนักศึกษาผู้หญิงเนื่องจากใส่แล้วเดินสะดวก ไปต้องคอยระมัดระวัง ถือว่าเป็นกระโปรงที่ฮอตฮิตอีกแบบนึงเช่นกัน

กระโปรงนักศึกษาทรงไหนสุดฮิต  บอกลากระโปรงทรงป้า ซึ่งเราได้คำตอบมาจากนักศึกษาส่วนใหญ่ หลังไปตระเวนสอบถามจากสาวๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยดัง พอจะได้ข้อสรุปมาดังนี้ว่ากระโปรงทรงนี้ถูกใจสาวนักศึกษามากที่สุด ลงรั้วมหา’ลัยทั้งที เราไม่พลาดที่จะเก็บภาพนักศึกษา สวมใส่กระโปรงทรงต่างๆ มาฝากกันค่ะ

อันดับแรกกระโปรงผ่าหน้าเป็นลักษณะทรงเอ ซึ่งทรงนี้มี 2 แบบ คือ “เอวต่ำ” กับ “เอวสูง” สาวๆ บอกว่า เอวต่ำเป็นที่นิยม ก่อนที่กระแสแฟชั่นเอวสูงจะเข้ามา ทำให้นักศึกษาสาว หันไปนิยมใส่กระโปรงผ่าหน้าเอวสูงกันมากขึ้น ส่วนผ้าที่นิยมมากๆ และใส่สบาย ก็เห็นจะเป็น “ผ้ายืด” หรือ “ผ้าฮานาโกะ” และก็มี “ผ้าเสิร์ท”ส่วนราคาก็ไม่แพงมากนัก ส่วนใหญ่ราคาอยู่ที่ตัวละ 150-200 บาท บางคนซื้อมาใส่ไม่สวย ไม่ถูกใจ ถึงขั้นไปสั่งตัดกันเลยนะ ยังไง…เอาตามชอบเลยจ้ะ

กระโปรง แบบยาวเป็นผ้าเรียบ ก็เป็นอีกทรงหนึ่งที่น้องๆ นักศึกษาสาวชอบใส่กัน เนื่องจากเวลาเดินตอนเที่ยงๆขาก็ไม่ดำเนื่องจากกระโปรงยาวถึงตาตุ่ม ช่วยปกปิดแสงและความร้อนที่จะกระทบขาได้อีกด้วยค่ะ อาจจะมีแหวกขาเล็กน้อยเพื่อให้เดินได้สะดวกสบาย แต่อย่าเลือกแบบแหวกขึ้นมาสูงเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะดูไม่เรียบร้อยนะจ๊ะ

สวยมีสไตล์ใส่ได้ทุกวันใส่สบายเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ให้ดูเป็นผู้หญิงเป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคุณสาวๆที่ไม่ชอบใส่กางเกงอย่าง กระโปรงผ่าหน้า ที่ใส่แล้วไม่เอ้าท์มีให้เลือกมากมายหลายแบบหลายสีแต่ละแบบเป็นแบบใหม่สวยๆทั้งนั้นเลย สามารถใส่ไปไหนมาไหนได้ทุกที่ตามต้องการเสริมบุคลิกให้ดูหุ่นดีขึ้นนะทำให้ขาดูยาวใส่แล้วสวยมีเสน่ห์ ชวนมองมากเลยทีเดียว กระโปรงยาว สามารถแต่งตัวได้ตามสไตล์ที่เข้ากับตัวเองได้ง่ายซึ่งเป็นที่นิยมใส่กันมาก อีกแฟชั่นนึงมีหลายแบบให้เลือกซื้ออย่างจุใจเลยทีเดียวสามารถเลือกได้หลายรูปทรงอีกด้วยนะ อยากใส่โอกาสไหนสามารถใส่ได้เลยใส่ออกงานใส่ไปเที่ยวไม่ทำให้ผิดหวังใครใส่ก็ชอบและติดใจบางคนมีหลายตัวด้วยซ้ำ ในตู้เสื้อผ้าสามารถแมตช์กับเสื้อรองเท้าได้ง่ายหลายแบบใส่สบายคล่องตัวไม่ว่าเดินนั่งขึ้นรถลงเรือก็ไม่ทำให้รู้สึกอารมณ์เสียใส่สบายจนลืมการใส่กางเกงไปเลยล่ะ

เคล็ดลับในการเลือกใส่กระโปรงยาว ที่อยากให้สาวๆ รู้

กระโปรงยาวกรอมเท้า – สาวเจ้าเนื้อควรเลี่ยง

สาวเจ้าเนื้อ ควรเลี่ยงใส่กระโปรงยาวกรอมเท้า ถ้าไม่อยากให้ใครๆ เห็นคุณเป็นถังตันๆ ที่เดินได้

กระโปรงยาวลายกราฟฟิกเหมาะกับใคร

สำหรับสาวๆ ที่อยากผอม อย่าได้ใส่กระโปรงยาวลายกราฟฟิก (ลวดลายต่างๆ เหลี่ยมๆ กลมๆ)เป็นอันขาดเชียว เพราะกระโปรงแบบและลายอย่างนี้จะทำให้คุณดูอ้วนขึ้นโขเลย

สะโพกใหญ่ ลืมได้เลยกระโปรงลายจุด

ถ้าคุณมีสะโพกดินระเบิด เก็บกระโปรงลายจุดออกจากตู้เสื้อผ้าได้เลย เพราะกระโปรงแบบนี้จะเหมาะกับสาวสะโพกเล็กเท่านั้น

อย่าใส่กระโปรงยาวสีเดียวกันกับสีเสื้อเป๊ะ

ถ้าไม่อยากให้บุคลิกตัวเองดูเหมือนครูไหว(ใจร้าย) ก็อย่าได้ใส่กระโปรงยาวที่มีสีเดียวกันกับสีเสื้อเด๊ะๆ เพราะดูแมตช์กันเกินไป ควรเลือกใส่เฉดสีเดียวกันแต่ต่างที่ความเข้มของเฉดสี จะดูดีกว่าเยอะ เสื้อสีขาวไม่มีลวดลาย จะใส่กับกระโปรงสีอะไร ลายไหนก็ได้ ปลอดภัยเสมอค่ะ

ความยาวของกระโปรง และรูปทรงกระโปรง

ข้อนี้ฝากให้สำหรับสาวหุ่นเพรียว พวกเธอน่าอิจฉาจริงๆ ที่สามารถเลือกใส่กระโปรงยาวระดับไหนก็ได้ ตามใจชอบ แต่รูปแบบของกระโปรงยาวที่เหมาะกับสาวหุ่นนี้ก็คือ กระโปรงทรงสามเหลี่ยม

ฝากทิ้งท้าย

– เมื่อใส่กระโปรงยาว ก็ควรเลือกใส่กับรองเท้าส้นสูงแบบเปลือยๆ ที่มีสายพันข้อเท้ายาวๆ เอามาผูกโบว์จะทำให้ดูชิคๆ มากขึ้นไปอีก

– หากใส่รองเท้าเปลือยๆ ก็อย่าลืมเพ้นท์เล็บเท้าให้สวยมีสีสันด้วยนะคะ

*** แต่เคล็ดลับที่นำมาฝากนี้ อาจจะใช้ไม่ได้กับสาวที่มีความมั่นใจ มิกต์แอนด์แมตต์เป็น ดังนั้นหากชอบอะไร มั่นใจจะใส่แบบไหนก็ให้ทำตามที่ตัวเราต้องการค่ะ ความมั่นใจมักจะส่งเสริมให้คนเราดูดีได้นะคะ

 

Girl

กระโปรงโบฮีเมียน สวย เท่

กระโปรงโบฮีเมียน

กระโปรงโบฮีเมียน สวย เท่ กลับมาอีกครั้งกับสไตล์การแต่งตัวที่แปลกแหวกแนว ใครเห็นเป็นต้องหยุดมอง เหมือนถูกสะกดจิตไปชั่วขณะ นั่นก็คือการแต่งตัวสไตล์ โบฮีเมียน (Bohemian) นั่นเอง! วันนี้เราจะพาสาว ๆ ที่ยังไม่รู้จักแฟชั่นโบฮีเมียน ได้เรียนรู้และอัพลุคไปพร้อม ๆ กัน แถมด้วยไอเดีย ‘กระโปรงโบฮีเมียน’ ไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับแฟชั่นสไตล์นี้ พร้อมกับทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเลือกใส่เสื้อคลุมให้เหมาะสมกับรูปร่างของสาว ๆ กันด้วยค่ะ

โบฮีเมียน (Bohemian)  คือสไตล์การแต่งตัวแบบชนเผ่าในสมัยก่อนที่มีเอกลักษณ์ แม้ว่าปัจจุบันจะมีการประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น แต่ก็ยังคงแสดงถึงตัวตนความคิดที่อยู่นอกกรอบ ไร้กฎเกณฑ์ตายตัว คนที่แต่งตัวสไตล์นี้จึงมักจะถูกมองว่าเป็นหนุ่มสาวที่รักอิสระ มีความเป็นตัวเองสูงม้ากกก ไม่แปลกที่จะดึงดูดสายตาทุกครั้งที่เห็น และวันนี้เราจะมาพูดถึงไอเท็มยอดฮิตที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือกระโปรงโบฮีเมียนนั่นเอง ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่า ว่าลายผ้าหลัก ๆ ของกระโปรงโบฮีเมียนมีประเภทไหนกันบ้างเนอะ

ลายชนเผ่า เปิดตัวด้วย ลายยอดฮิตที่เป็น ซิกเนเจอร์ของสไตล์โบฮีเมียนก็คงหนีไม่พ้น  กระโปรงลายชนเผ่า นั่นเอง อย่างที่เพื่อน ๆ น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เสน่ห์ของลายชนเผ่าคือดูแล้วจะให้ความรู้สึกมีมนต์ขลัง ดูมีความหมายซ่อนอยู่ในแพตเทิร์นต่าง ๆ ใส่แล้วเก๋ ใส่กี่ครั้งก็ไม่เบื่อแถมยังไม่โหลด้วย เพราะลายชนเผ่ามักจะมีไม่ซ้ำกันอยู่แล้ว วันไหนที่อยากแต่งตัวโดดเด่นจากคนอื่น ก็อย่าลืมลองเลือกมาใส่กันดูน้า เพราะลายนี้ถือเป็นไอเท็มที่ชาวโบฮีเมียนตัวจริงต้องมี!

ลายปัก กระโปรงโบฮีเมียนลายปัก  เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสาว ๆ ที่อยากจะแสดงฝีมือ DIY หรือชอบที่จะให้กระโปรงของตัวเองมีเท็กเจอร์นูน ๆ ออกมา ทำให้ดูเป็นไอเท็มที่หายากจริง ๆ ส่วนใหญ่กระโปรงลายนี้มักจะเป็นงานฝีมือที่มาจากจินตนาการของคนขาย หรือคนที่ใส่เอง บ้างก็ปักเป็นแพตเทิร์นเดียวกัน บ้างก็ปักออกมาเป็นลายใหญ่ลายเดียว หรือจะปักแบบกระจุ๊กกระจิ๊กตกแต่งขอบผ้าพองามก็สวยไปอีกแบบ ใครที่ชอบลายปักอยู่แล้ว ก็อาจจะหาของมาทำเอง เนรมิตกระโปรงที่มีอยู่แล้วให้ออกมาเก๋ชิคขึ้นไปอีกก็ได้นะจ๊ะ

ผ้าถัก สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ  กระโปรงโบฮีเมียนชนิดผ้าถัก  ที่ยังคงความเรียบง่าย ใส่ได้ทุกโอกาส หลากหลายสไตล์ และเราเชื่อว่าคงไม่มีตู้เสื้อผ้าบานไหนของสาว ๆ ที่จะไม่มีคาร์ดิแกนผ้าถักติดตู้เอาไว้แน่ ๆ สำหรับบางคนที่ชอบใส่กระโปรงที่มีลายเยอะอยู่แล้ว หรือชอบแต่งตัวสไตล์โบฮีเมียนทั่วไป เผื่อบางวันอยากได้ลุควินเทอร์บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ใส่เรียบ ๆ ตัดกับลายเสื้อข้างในก็เวิร์คอยู่นะ

ลายดอก ปิดตัวอย่างสวยงามด้วย กระโปรงโบฮีเมียนลายดอก ขอบอกว่า สาว ๆ สามารถหยิบมาแมทช์กับชุดที่ใส่ได้ง่ายกว่าที่คิด ไม่ว่าชุดข้างในจะยาวหรือสั้น ก็เอาอยู่แน่นอน ขอแค่ไม่เลือกใส่ชิ้นข้างในที่มีลายเยอะเกินไป ลายดอกนอกจากจะทำให้เพื่อน ๆ รู้สึกสดใสเหมือนกลายเป็นสาวแรกแย้มแล้ว ยังช่วยให้ได้ลุค Tropical girl หน่อย ๆ ด้วย เพราะลายดอกมักจะมีกลิ่นอายของซัมเมอร์เข้ามา รับรองว่าใส่กับเสื้อผ้าของสาว ๆ จะเรียบง่ายแค่ไหน จะดอกเล็ก ดอกใหญ่ ก็ออกมาแซ่บเว่อร์

สุดท้ายทางเราก็มีทริคแนะนำสำหรับสาว ๆ บางคน ที่อาจจะไม่มั่นใจว่า ‘เอ๊ะ ฉันจะใส่ออกมาดูเยอะเกินไปไหมนะ‘ คำตอบคือ ถ้าเรารู้จักเลือก สไตล์กระโปรงให้แมทช์กับเสื้อที่เราใส่ในแต่ละวัน ผลลัพธ์มันออกมาดีงามแน่นอนจ้าา สาว ๆ ที่แต่งตัวจัด ควรใส่กรโปรงที่เรียบง่าย หรือลายน้อยที่สุด หรือถ้าเราใจรักที่จะใส่กระโปรงแบบสีสันสดใส ลายเด่นสะดุดตาล่ะก็.. เสื้อข้างในควรใส่เรียบ ๆ หรือสีพื้น นะจ๊ะ เพื่อจะได้เน้นเสื้อคลุมของเราให้เด่น และป้องกันลายผ้าไม่ให้ตีกันเองด้วยเนอะ เห็นไหมเอ่ย ว่าการจะอัพลุคให้เป็นสาวโบฮีเมียน(Bohemian) ไม่ใช่เรื่องยากเลย ใครชอบเนื้อผ้าลายผ้าแบบไหน ก็ลองหามามิกซ์แอนด์แมกช์กันดูนะคะ

 

Girl

กระโปรงรับปริญญา 

 

กระโปรงรับปริญญา แต่งแบบถูกระเบียบ – ความตื่นเต้นอีกอย่างนึง สำหรับการเปลี่ยนแปลงจากเด็กมหาลัยที่กำลังจะเรียนจบแล้วเตรียมตัวที่จะต้องรับปริญญานั่นก็คือการเลือก กระโปรงรับปริญญา ค่ะ โดยเฉพาะสาวๆ หลายคนอาจจะเล็งกระโปรงแบบคลุมเข่าหรือถ้าเป็นอิสลามก็ต้องใส่แบบยาวถึงตาตุ่ม การที่จะใส่กระโปรงรับปริญญา แน่นอนว่าต้องเป็นกระโปรงที่ต้องเรียบร้อยอยู่แล้วเนื่องจากทางมหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัยมีเงื่อนไขการแต่งตัวแตกต่างกันออกไป บางมหาวิทยาลัยจะให้ใส่กระโปรงรับปริญญาสีดำ หรือ สีกรม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยนั้น ดังนั้นสาวๆที่เตรียมตัวจะรับปริญญาจึงต้องศึกษากฎที่ทางมหาวิทยาลัยประกาศออกมาว่ากระโปรงงรับปริญญาที่จะใส่เข้ารับปริญญาในงานได้นั้น ต้องเป็นสีอะไรจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการไปเลือกซื้อหลายครั้ง

กระโปรงรับปริญญาถือเป็นเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกความเป็นผู้หญิงให้ดูเรียบร้อยยิ่งขึ้น เชื่อว่าผู้หญิงที่เรียนจบทุกคนต้องเคยใส่กระโปรงรับปริญญากันมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งเป็นในช่วงงานรับปริญญาทุกคนก็ต้องโดนบังคับให้ใส่ แม้หลายคนอาจจะบ่นว่าไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่มันคือกฎระเบียบข้อบังคับในสถานศึกษาต่างๆ วันนี้ทางเราขอเอาใจสาวๆ ด้วยการแนะนำวิธีการเลือกกระโปรงรับปริญญาให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ไม่ต้องแฟชั่นจ๋า ทั้งสั้นทั้งฟิตก็สวยได้ เราต้องเลือกใส่ให้เหมาะกับรูปร่าง แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่ากระโปรงรับปริญญาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันมีทรงอะไรกันบ้าง

กระโปรงทรงนี้เป็นทรงที่หลายคนสับสนมากระหว่างเอ (เอไลน์) กับกระโปรงทรงสอบ ที่บางคนเข้าใจว่ามันคือทรงเดียวกัน ซึ่งความจริงแล้วกระโปรงทรงเอ เป็นกระโปรงที่มีรูปทรงคล้ายตัวเอ A ที่เอวมีลักษณะแคบแล้วค่อยๆ บานลงมา มีทั้งแบบสั้นและแบบยาว สำหรับสาวที่มีสะโพกใหญ่ กระโปรงทรงนี้สามารถซ้อนรูปได้อย่างดีเลยทีเดียว อีกทั้งชายกระโปรงที่ค่อยๆ บานออกสะดวกสบาย คล่องแคล่วเวลาสวมใส่ ซึ่งเราต้องเลือกกระโปรงรับปริญญาที่ยาวคุมเข่าเพื่อความเรียบร้อยและเป็นระเบียบสวยงาม สำหรับสาวที่มีพุงยุ้ยๆ เอวหนาๆ กระโปรงรับปริญญาเป็นทรงที่เหมาะมาก เลือกแบบที่ค่อยๆ บานออกจากแนวใต้สะโพก และเอวสูงหน่อย จะช่วยพรางให้เอวเล็กลงได้ หรือถ้าหากว่าเป็นคนช่วงขาสั้น ก็ให้เลือกเป็นทรงเอที่ยาวประมาณเข่า จะช่วยให้ช่วงขาดูเรียวยาวขึ้นได้ กระโปรงรับปริญญาที่สวย ควรจะทำมาจากเนื้อผ้าที่มีน้ำหนักและไม่แข็งทื่อจนเกินไป

 

 

 

กระโปรงรับปริญยาแบบยาว ทรงนี้จะเดินค่อนข้างลำบากเพราะต้องใส่ยาวถึงตาตุ่ม เรียบร้อยแต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเนื่องจากไม่ค่อยสะดวกนักสำหรับนักศึกษาที่ต้องเดินทางขึ้นรถ ลงเรือ เพื่อไปเรียน กระโปรงทรงนี้จะเหมาะกับสาวๆ ที่มีรูปร่างสูงและขายาว หากเลือกใส่กระโปรงยาวกรอมเท้าผ่าข้างสูงๆ จะยิ่งเพิ่มความสวยสง่าให้กับสาวๆ ได้มากยิ่งขึ้น
สาวๆ ที่รูปร่างเล็กหรือขาสั้น ก็อาจจะต้องระวังสักเล็กน้อย เพราะกระโปรงยาวอาจจะไม่เหมาะ แต่ถ้าหากต้องการจะใส่ก็ควรที่จะใส่ให้ยาวถึงข้อเท้าเพราะหากใส่ถึงเพียงระดับน่องอาจจะส่งผลให้มองได้ว่าขาสั้น ยิ่งสาวที่มีรูปร่างค่อนข้างอวบแล้วคิดว่าการใส่กระโปรงยาวปิดถึงข้อเท้า เพื่อปิดบังขาอันอวบอั้นของคุณจะทำให้ดูดีขึ้น แต่นั่นจะทำให้รูปร่างของคุณดูตันขึ้นมากกว่าเดิม ดังนั้นสาวอวบ ขาสั้น ควรหลีกเลี่ยงกระโปรงยาวจะดีที่สุด

ในวันนั้นไม่เพียงแต่กระโปรงรับปริญญาเท่านั้นที่สำคัญ แต่ทุกๆอย่างที่บัณฑิตใส่ต่างก็สำคัญทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าผม เสื้อ เสื้อครุย หรือแม้กระทั่งถุงน่อง รองเท้า ทุกอย่างล้วนแต่สำคัญ กฎระเบียบของแต่ละมหาวิทยาลัยก็ต่างกัน เวลาเราจะเลือกอะไรก็ต้องให้ถูกระเบียบค่ะ วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดแค่เรื่องกระโปรงนะคะ วันนี้เราจะพูดถึงค่าใช้จ่ายคร่าวๆกันค่ะว่ามีค่าอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายรับปริญญามีอะไรบ้าง  

           1. ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต
รับปริญญา

ต้องเจอเหมือนกันทุกคน ทุกมหาวิทยาลัย ถ้าจะเข้าพิธีรับปริญญา โดยค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิตของแต่ละที่อาจจะแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ราว 1,000-3,000 บาท

 

           2. ชุดรับปริญญา 

เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร เพราะมีทั้งชุดครุย เข็มวิทยฐานะ ตราต่าง ๆ ยิ่งถ้าเป็นบัณฑิตชายยังต้องมีชุดราชปะแตน หรือชุดสูทอีก ส่วนบัณฑิตหญิงก็อาจต้องซื้อกระโปรงตัวใหม่ให้ยาวคลุมเข่า ทำให้รวม ๆ แล้วค่าใช้จ่ายในการตัดชุดใหม่จะตกที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ซึ่งผู้ชายจะแพงกว่าผู้หญิงหน่อย

 

           3. รองเท้า
 
รับปริญญา
อีกสิ่งที่หลายคนอาจจะลืมไปก็คือรองเท้านั่นเอง เพราะการร่วมพิธีรับปริญญานั้น รองเท้าต้องถูกระเบียบ หุ้มส้นสีดำ ซึ่งถ้าบางคนไม่มี ก็ต้องเสียเงินซื้อใหม่กันอีก และราคารองเท้าปกติแล้วจะเริ่มต้นที่ประมาณคู่ละ 500 บาท ไปจนถึง 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับแบรนด์ที่เลือก
           4. ค่าถ่ายรูปรวม-รูปพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
 
รับปริญญาแล้วไม่มีรูปถ่ายเลยก็คงแปลก ๆ น่าดู โดยเฉพาะรูปถ่ายในงานรับปริญญาบัตร และรูปหมู่ที่ถ่ายรวมกับเพื่อน ๆ และอาจารย์ในคณะ จะได้โชว์คนอื่นได้เต็มปากว่าเราเรียนจบจริง ๆ นะ ซึ่งราคารูปพร้อมกรอบจะอยู่ที่ราว 500 บาท แพงไปจนถึง 3,000 บาทเลยก็มี ซึ่งจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับกรอบที่เลือก ใครเลือกกรอบหรู ๆ ราคาก็ยิ่งสูงขึ้นตาม

 

           5. ค่าจ้างช่างภาพ


รับปริญญา
 
 มีภาพในพิธีแล้ว หลายคนก็อยากจะเก็บภาพประทับใจอื่น ๆ เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นถ่ายนอกรอบตามที่ต่าง ๆ ถ่ายวันซ้อม วันจริง ร่วมกับเพื่อน ๆ ครอบครัวที่มาแสดงความยินดี แน่นอนว่าถ้าอยากได้ภาพสวย ๆ ก็จำเป็นต้องจ้างช่างภาพ ซึ่งค่าจ้างจะแตกต่างกันตามฝีมือและประสบการณ์ แต่เร9ปกติแล้วถ้าจ้างครึ่งวันก็จะประมาณ 3,000 บาท ส่วนเต็มวันจะอยู่ราว ๆ 5,000 บาท

           6. ค่าแต่งหน้า-ทำผม

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผู้ชายอาจจะสบายกระเป๋าหน่อย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงนี่สิขาดไม่ได้เลยล่ะ เพราะถ้าอยากมีหน้า-ผมสวยเป๊ะในวันสำคัญก็ต้องจ้างช่างแต่งหน้า-ทำผม ซึ่งค่าจ้างช่างแต่งหน้าก็จะคล้าย ๆ ช่างภาพ คือขึ้นอยู่กับฝีมือและความนิยมของช่างคนนั้น ๆ ไล่ไปตั้งแต่หลักร้อยกันถึงหลักพันก็มี

 

           7. ฉลองเรียนจบ-เลี้ยงน้องสายรหัส
 

นาน ๆ ทีได้กลับมาเจอเพื่อน เจอรุ่นน้องในงานรับปริญญา ก็ต้องฉลองกันสักหน่อย นี่ยังไม่รวมค่าเลี้ยงน้องสายรหัสอีกนะ ที่น่าจะทำให้หมดเงินไม่น้อยอยู่ เพราะฉะนั้น ใครที่มีเพื่อน มีน้องเยอะ ก็เตรียมงบส่วนนี้ไว้หน่อยก็ดี

 

           8. ใส่ซองให้รุ่นน้องที่มาบูม
รับปริญญา
 
 
ในงานวันรับปริญญาของบางมหาวิทยาลัย จะมีรุ่นน้องมาล้อมวงเหล่าบัณฑิตเพื่อบูมแสดงความยินดีให้ด้วย ซึ่งหลังจากบูมเสร็จ พี่ ๆ ก็ต้องควักกระเป๋าใส่ซองให้น้อง ๆ เพื่อเป็นเงินเข้าคณะ เอาไว้จัดกิจกรรมต่าง ๆ แนะนำว่าสำรองเงินส่วนนี้ไว้สัก 1,000 บาท ก็ได้

 

           9. ค่าเดินทาง-ที่พัก
 

 สำหรับใครที่มาเรียนไกลบ้าน การมารับปริญญาก็จะมาพร้อมกับค่าเดินทาง ค่าที่พักด้วย โดยค่าเดินทางนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าระยะทางใกล้ไกลขนาดไหน ส่วนค่าที่พัก น่าจะต้องเตรียมไว้สัก 2-3 คืนเลยทีเดียว เพราะต้องมีวันซ้อมจริง ซ้อมย่อยด้วย ก่อนจะถึงวันรับจริง

 

 

Dresses

เสื้อฮาเล่ย์ เท่แบบมีลวดลาย

เสื้อฮาเล่ย์ เท่แบบมีลวดลาย

 

เสื้อฮาเล่ย์ เท่แบบมีลวดลาย – เสื้อ ยืดคอกลมสีดำ ฮาร์เลย์ เดวิดสัน 3D EMBLEM มันคือเสื้อทีเชิ้ต ยืดๆ ย้วยๆ มันคือ ของสะสมของคนกลุ่มหนึ่งครับ ความบ้านี้ เกิดขึ้นจริงๆ  และก็เกิดขึ้นเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้นกำเนิดแหล่งผลิตที่อเมริกา เค้าก็ไม่เล่นกัน พี่ยุ่น เงินเยน(ญี่ปุ่นตัวดี) สุดยอดนักสะสม ยีนส์ เสื้อผ้าเก่า ของที่ใช้แล้ว รองเท้าผ้าใบเก่าๆ สเนียกเกอร์ ขอให้เป็นของวินเทจ จากอเมริกา และ อีกหลายคนยัง งงๆ ว่า เสื้อยืด เก่าๆ ย้วยๆ ใช้แล้ว บางที อาจมีรูขาด รูโหว่ มีตำหนิ มีกลิ่น มีกลุ่มคนหนึ่ง จากประเทศเล็กๆจากเอเชีย อย่างพี่ไทยเรา ไปประมูลแข่งกันในเวปประมูลต่างประเทศ อีเบย์ ( Ebay ) แล้วก็นำมาวางขายกันในแผงตลาดนัด สวนจตุจักร หรือ JJ และ บนร้านสไตล์คาวบอยบูติค

ที่ มาของคำว่า เสื้อฮาเล่ย์สามดี เราเรียกจากป้ายคอเสื้อที่มองเห็น 3D EMBLEM เป็นป้ายริบบิ้นสีดำ ลื่นๆ สกรีนด้วย ตัวหนังสือสีทอง แถวบนสุดเป็นตัวอักษร บอกขนาด S ,M ,L ,XL บรรทัดต่อมาคำว่า 3D EMBLEM ตามด้วย FT.WORTH,TEXAS และ MADE IN U.S.A. ดูกันให้ดี จำกันให้ขึ้นใจ ระวังของไทยทำเลียนแบบ ด้วยนะคะ ตอนนี้ทำออกมาเนียนมากๆแล้วด้วยเสื้อ เสื้อฮาเล่ย์สามดี ราคาแพง เรื่องจริงคือ มันแพงของมันอยู่แล้ว ในช่วงประมาณปี 2532 คุณม้อนท์ ไทยวินเทจได้นำเข้าเสื้อยืดฮาเลย์ เดวิดสัน ซึ่งเป็นเสื้อยืดสีดำ ที่มีลายกราฟฟิค สกรีนเกี่ยวกับ รถมอร์เตอร์ไซด์ ยี่ห้อดัง เข้ามาขายในเมืองไทย เสื้อยืดมีทั้งแบบ ผ้า cotton 100% และผ้าผสมระหว่างโพลีเอสเตอร์ กับ คอตต้อน 50/50 ซึ่งเซียนเสื้อยืดเรียกว่าผ้า 50/50 ในตอนนั้นป้ายคอที่เป็นป้ายปักคำว่า ฮาเล่ย์ เดวิสัน ขายดีมากๆ ส่วนป้ายคอที่เป็นป้ายสกรีน 3D ผ้า 50/50 ขายไม่ค่อยได้ เพราะบางคนว่าเป็นเสื้อ ฮาเล่ย์

ฮาเล่ย์ เดวิดสันปก (Harley Davidson) เสื้อฮาเล่ย์ 3d คือสมัญญานามของผู้สร้างรถจักรยานยนต์มีชื่อเสียงที่นักมนุษย์สนิทน่าพอใจ อีกด้วยรูปลักษณ์ของตัวรถอันโดดเด่น ความสามารถแรงชะล่าใจ พร้อมทั้งน้ำเสียงของเครื่องยนต์กลไกชิ้นหมายความว่าเอกลักษณ์ จึ่งดำเนินการให้ได้รับความแบบดุจนานนับร้อยปี ถ่องแท้ว่าถนนการเจอความผ่านพ้นของฮาร์เล่ย์อาจไม่ได้โปรยด้วยซ้ำกลีบดอกไม้ต้นกุหลาบ พวกเขาใกล้เคียงหมดพกอยู่แหล่คราว อย่างไรก็ตามอาจสามารถแต่กลับมาหากับได้รับความการตั้งกฎเกณฑ์อยู่จนปัจจุบัน

ข้อดี>>เสื้อฮาเล่ย์สวมใส่สบาย ระบายอากาศดีพอใช้ การดูดซับน้ำดีพอใช้ ดูแลรักษาง่ายไม่หดย้วย หรือเสียทรงเมื่อมีการซัก หรือ แช่น้ำ หลังจากการใช้งาน ราคาย่อมเยา เหมาะกับคนที่เหงื่อออกง่ายแม้ทำงานอยู่ในห้องแอร์ เพราะระบายอากาศได้ดีพอสมควรและข้อดีที่โดดเด่น

ข้อเสีย>> เสื้อฮาเล่ย์มีการย้วยบ้างเมื่อผ่านการซัก เนื้อผ้าจะไม่เนียนสวยเท่า Cotton ราคาขึ้นอยู่กับสีผ้าเหมาะกับคนที่เหงื่อออกง่ายแม้ทำงานอยู่ในห้องแอร์ เพราะระบายอากาศได้ดีพอสมควรและข้อดีที่โดดเด่นกว่า

ข้อแนะนำการซักและการดูแลรักษาเสื้อฮาเล่ย์ให้อยู่กับเรานานๆ

  • ให้แยกซักระหว่างผ้าขาวกับผ้าสี แนะนำให้ซักมือจะดีกว่า
  • ผงซักฟอกให้เลือกที่ไม่รุนแรง และ ถนอมใยผ้า
  • ไม่ควรตากโดยใช้ไม้แขวนเสื้อ ให้กลับด้านแล้วพาดเสื้อกับที่ราวตากผ้า
  • เมื่อเสื้อแห้งถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้ไม้แขวนเสื้อนะคะ ควรผับเก็บจะดีที่สุด

เสื้อฮาเล่ย์

เสื้อฮาเล่ย์ใส่แล้วเท่ระเบิดไปเลย

 

เสื้อฮาเล่ย์

เสื้อฮาเล่ย์ลายสวยๆ

 

เสื้อฮาเล่ย์

เสื้อฮาเล่ย์ลายแนวๆสวยๆ

 

Dresses

เสื้อผ้าร.5 งามอย่างไทย

เสื้อผ้าร.5 งามอย่างไทย

 

เสื้อผ้าร.5 งามอย่างไทย – วันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” ซึ่งมีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช” เพื่อเป็นการย้อนรำลึกถึงความสำคัญของรัชกาลที่ 5 ทางเราจะพาไปย้อนยลโฉมเสน่ห์สุดงดงามของ ชุดไทยในสมัยนั้นกันค่ะ

สมัยรัชกาลที่ 5 ระยะเวลา 42 ปี (พ.ศ. 2411-2453)
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายของคนไทย เนื่องจากรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสยุโรป และมีการนำแบบอย่างการแต่งกายของชาวยุโรปกลับมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย อีกทั้งในสมัยนี้ยังมีกำเนิดชุดชั้นในรุ่นแรกที่ดัดแปลงจากเสื้อพริ้นเซส ซึ่งต่อมาได้พัฒนาให้เป็นเสื้อชุดชั้นในที่เรียกว่า เสื้อคอกระเช้า ที่ยังคงเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้มีการประกาศสวมเสื้อเข้าเฝ้า แต่ในเวลาปกติแล้วบรรดาขุนนาง เจ้านาย และเสนาบดียังนุ่งผ้าผืนเดียว ไม่สวมเสื้อ การที่ไม่นิยมสวมเสื้อเพราะเสื้อผ้าหายากมีราคาแพงและทำความสะอาดลำบาก เนื่องจากไม่มีสบู่ใช้อย่างปัจจุบัน การทำความสะอาดต้องใช้ขี้เถ้ามาละลายน้ำซึ่งเรียกว่าด่างและใช้น้ำนี้มาซักผ้า น้ำด่างนี้ยังกัดเสื้อผ้าให้เปื่อย ขาดง่าย ไม่ดีเหมือนใช้สบู่อย่างสมัยต่อๆ มา ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ สบู่หายาก จึงได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ผงซักฟอกเข้ามาแทนที่และเป็นที่นิยมใช้กันเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักดีว่า การแต่งกายดังกล่าวย่อมเป็นดูหมิ่นเหยียดหยามของชาวต่างประเทศที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และเป็นเวลาที่จะเสด็จประพาสต่างประเทศ(สิงคโปร์และชวา) เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๑๓ จึงมีพระราชดำริที่จะเปลี่ยนแปลงเครื่องแต่งกายตามแบบฝรั่ง เพื่อแสดงความเป็นอารยประเทศ

สมัยรัชกาลที่ 5 ตอนต้น
การแต่งกายของหญิง: ผู้หญิงจะนุ่งผ้าลายโจงกระเบน เสื้อกระบอก แขนยาว ผ่าอก ห่มผ้าแพร จีบตามขวาง สไบเฉียงทับบนเสื้ออีกชั้นหนึ่ง ถ้าอยู่บ้านจะห่มแต่สไบ ไม่สวมเสื้อ เมื่อมีงานพิธีจะนุ่งห่ม ผ้าตาด เลิกไว้ผมปี และหันมาไว้ผมยาวประบ่า

สมัยรัชกาลที่ 5 ตอนกลาง
การแต่งกายของหญิง: ผู้หญิงจะนุ่งผ้าจีบไว้ชายพกแต่หากมีงานพิธีก็ยังคงให้นุ่งโจงกระเบนอยู่ สวมเสื้อแบบตะวันตกแขนยาว ต้นแขนพองแบบหมูแฮม ปกคอตั้ง มีผ้าแพรหรือผ้าห่มสไบเฉียงทับตัวเสื้ออีกที ไว้ผมยาวเสมอต้นคอ สตรีชาววังจะมีผ้าแพรชมพูปักดิ้น มีลวดลายตามยศพระราชทาน สวมรองเท้าบูทและถุงเท้า

สมัยรัชกาลที่ 5 ตอนปลาย
การแต่งกายของหญิง: ผู้หญิงจะนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อแพรไหม ลูกไม้ ตัดแบบตะวันตก แขนยาว พองฟู เอวเสื้อเข้ารูป มีการคาดเข็มขัดหรือสายห้อยนาฬิกา มีสายสะพายผ้าแพร สวมถุงเท้ามีลวดลายและรองเท้าส้นสูงให้ไว้ผมทรงดอกกระทุ่ม และมักนิยมเครื่องประดับมุกสายสร้อยหลายชั้น แม้การแต่งกายด้วยชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 หรือในอดีตกาลที่ผ่านมาจะไม่ค่อยเห็นมากเท่าไหร่นัก แต่ ณ ปัจจุบันก็ได้รับความนิยม ถูกนำมาประยุกต์ใส่ตามงานสำคัญต่างๆ ที่เห็นได้มากก็ “งานแต่งงาน” เพื่อเป็นการอนุรักษ์ในความเป็นไทย ให้ถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน มาใส่ชุดไทย หรือผ้าไทยกันค่ะ

เสื้อผ้าร.5 แต่งแล้วสวยดูดี

เสื้อผ้า ร.5 งามแบบไทยใครๆก็ใส่ได้

 

เสื้อผ้า ร.5 ใส่แพ็คคู่ดูเก๋ๆ

เสื้อผ้า ร.5 ดูดีมีสไตล์

แบบเสื้อหลากหลายแบบ ของสมัย ร.5 มีให้เลือกประมาณนี้ค่ะ

สวมเสื้อห่มสไบทับ
ยุคก่อนหน้าสตรีไทยห่มสไบตัวเปล่า ช่วงต้นรัชกาลเมื่องานราชาภิเษกปี2416โปรดเกล้าให้สวมเสื้อเลิกนุ่งจีบ เปลี่ยนมานุ่งโจง จะนุ่งจีบเมื่อแต่งเต็มยศใหญ่เท่านั้นช่วงนี่สตรีไทยหันมาไว้ผมยาวตามพระราชดำริของร.5 นำโดยเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ลักษณะของเสื้อนั้นเป็นเสื้ิอฝรั่งเข้ารูปเป็นแบบเรียบๆห่มสไบอัดกลีบแถบกว้าง

แบบเสื้อฝรั่งเข้ารูปแขนพองเล็กน้อย เสื้อประดับลูกไม้
เป็นเสื้อที่มีการระบายลูกไม้เริ่มใช้เมื่อใดไม่ทราบแน่ชัดน่าจะราวพศ.2425แต่คาดว่าเข้ามาพร้อมกับห้างฝรั่งซึ่งก่อนหน้าสตรีไทยใส่เสื้อเรียบๆเท่านั่น เมื่อเสื้อมีการประดับลูกไม้มากขึ้นสไบแพรจึงแคบลงกลายเป็นสายสะพายไปโดยปริยาย ส่วนผมนั้นตัดสั้นเป็นทรงเรียกทรงดอกกระทุ่มจะหวีแสกหรือเสยก็ได้

เสื้อแขนพองแบบขาหมูแฮม
จัดว่าเป็นสัญลักษณ์ของยุคนั้นเลยก็ว่าได้ ภาษาอังกฤษเรียก leg o’ mutton sleeve จริงๆน่าจะแปลว่าขาแกะแต่เดาว่าคนไทยกินหมูมากกว่าแกะจริงเรียกเป็นขาหมูแฮม เริ่มฮิตกันในปี1895(พศ.2438)เริ่มหายไปราวปี1906(พศ.2449)
เสื้อแขนหมูแฮมนั้นมีมากมายหลายแบบสุดแต่จะประดิษฐ์คิดค้น

เสื่อทรงS
ช่วงปี1900(พศ.2457)แฟชั่นเสื้อมีคอสูงขึ้นและแขนเริ่มลีบลง ในตะวันตกเรียกว่า Alexandra bodice หรือprincess line เกิดจากช่างภาพวาดการ์ตูนล้อเลียนqueen Alexandra ให้มีเอวคอดอกใหญ่เป็นตัวS สมัยนี้นิยมเสื้อที่ผลิตผ้าสีขาวปักลวดลายฉลุลาย

เสื้อคอเว้า
ช่วงปี1905(พศ.2462)ปลายรัชกาลเริ่มนิยมเสื้อคอเว้าลึกและความยาวของแขนเสื้ออยู่ระดับศอกแต่มีการระบายลูกไม้ให้ฟูฟ่องส่วนสายสะพายแนบตัวนั้นเริ่มหย่อนลงเนื่อจากความฟูของระบายผ้านั่นเองเรียกว่าสายสะพายแพรและไม่นิยมอัดกลีบผ้า ทรงผมช่วงนี้นิยมตีผมป่องคล้ายมวยญี่ปุ่นและเริ่มมีการไว้ผมยาวบ้างแต่ไม่นิยมเท่าไร

แบบเสื้อคอเว้าของฝรั่ง

แบบเสื้อของสมัยรัชกาลที่5นั้นคาบเกี่ยวกับสมัยรัชกาลที่6ค่ะผมจะมาเสนอใหม่คราวหน้านะคะ

อีกอย่างแบบเสื้อนี้เราสามารถเทียบกับพัฒนาการของแบบเสื้อตะวันตกได้เลยค่ะ ถ้าใครเคยศึกษาประวัติศาสตร์แฟชั่นมาก็คงรู้ดี

ที่กล่าวมาทั้งหมดคือแบบเสื้อคร่าวๆของสมัยรัชกาลที่5นะคะ จริงๆแล้วยังมีอรกมากเลยแต่ถ้านำเสนอทุกแบบจริงๆคงจะเป็นหนังเจ็ดภาคแน่ๆ

Dresses

เสื้อฟิตเนส เก๋ไก๋ ตามสไตล์

เสื้อฟิตเนส เก๋ไก๋ ตามสไตล์ – ในช่วงที่เทรนด์ของสาว Healthy รักสุขภาพ กำลังมาแรง เรื่องของแฟชั่น ‘ชุดออกกำลังกาย’ เลยกลายเป็นกระแสที่นิยมเช่นกัน และคงมีสาว ๆ ไม่น้อยที่เลือกหยิบเอาความเก๋ของชุดออกกำลังกายมาเป็นแรงบันดาลใจในการบริหารร่างกายในวิธีต่าง ๆ ให้มีหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มที่มาพร้อมกับสุขภาพแข็งแรง แต่บางครั้งบางที หุ่นของเราก็ยังไม่พร้อมที่จะโชว์เสมอไปใช่มะ?? การเลือก ‘เสื้อฟิตเนส’ ที่คล่องตัว และมีความแซ่บด้วย จึงสำคัญไม่เบาสำหรับสาว ๆ ที่ใส่ใจในเรื่องของลุคการแต่งตัว ซึ่งทางเราเองก็อยากจะเป็นส่วนนึงให้สาว ๆ ได้ตกหลุมรักในการออกกำลังกาย จึงหาวิธีแก้ไขจุดไม่มั่นใจในส่วนต่าง ๆ ให้ได้ใส่ ‘ชุดออกกำลังกาย’ ที่เข้ากับเรา

1.       ไม่มั่นใจ “ต้นแขน” สาว ๆ คนไหนที่ไม่มั่นใจในต้นแขนของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้นแขนใหญ่ มีแผลเป็น หรือแม้กระทั่งเป็นเรื่องใต้วงแขน ปัญหานี้สามารถแก้ได้แบบง่าย ๆ เลยค่ะ แค่เพื่อน ๆ หาเสื้อที่มีแขนมาใส่แทน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแขนสั้น หรือเสื้อแขนยาวก็ได้ แต่ถ้าหากใครกลัวว่าใส่แบบนี้จะดูธรรมดาไป ก็สามารถเลือกใส่แบบที่เป็นทรง  Crop แทนก็ได้นะคะ จะได้เพิ่มความเซ็กซี่ด้วยการโชว์หน้าท้องเบา ๆ

2.        ไม่มั่นใจ “หน้าอก” ปัญหานี้น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้หญิงหลายคน บางทีก็ไม่ได้หมายความว่าเธอคนนี้มีหน้าอกเล็กเสมอไปนะคะ แต่สาว ๆ บางคนเขาก็กังวลใจจริง ๆ จ้า เลยขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ใส่เสื้อกล้ามแบบคอปิด หรือคอสูง เสื้อแบบนี้จะช่วยเซฟหน้าอกหน้าใจของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี แถมยังแซ่บได้อยู่ด้วยนะคะ

3.        ไม่มั่นใจ “หน้าท้อง” พูดถึงเรื่องของหน้าท้องนั้น ก็น่าโกรธจริง ๆ ถ้ามีใครมาล้อหน้าท้องน้อย ๆ ของเรา ถ้าเราหุ่นดีก็คงไม่มาฟิตหุ่น ซึ่งถ้าสาว ๆ คนไหนที่ไม่มั่นใจในการใส่  Sport Bra  ก็อาจจะใส่เสื้อยืด เสื้อแขนกุดทับไป ลุคนี้ก็สามารถสร้างความคล่องตัวในการออกกำลังกายได้อยู่ และก็ยังได้ลุคที่ดูคูลอยู่เช่นกัน

4.       ไม่มั่นใจ “ช่วงบั้นท้าย” คงมีสาว ๆ ไม่น้อยที่มั่นใจในช่วงบั้นท้ายของตัวเอง ทำให้ไม่กล้าที่จะใส่ ‘กางเกงเลกกิ้ง’ แบบรัด ๆ ซึ่งอาจจะทำให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจน หรือถ้าใส่เลือกเสื้อฟิตเนสแบบยาวๆเพื่อปิดบังบั้นท้าย หรือเพื่อน ๆ ก็อาจจะปรับเปลี่ยนมาใส่เป็นกางเกงขาสั้น สไตล์สปอร์ตแทน นอกจากจะไม่รัดรูปแล้ว ยังใส่สบาย ไม่ร้อนขาด้วยนะ

5.       ไม่มั่นใจ “ขา” หากสาว ๆ คนไหนที่กังวลใจกับขาของตัวเอง ทำให้ไม่กล้าที่จะใส่ทั้งกางเกงขาสั้น และกางเกงรัดรูป เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกใส่เป็น Jogger Pants และใส่เสื้อฟิตเนสยาวๆคลุมปิดช่วงนั้นไว้ สามารถปิดบังส่วนขาที่ไม่มั่นใจได้ส่วนหนึ่ง

เทคนิคในการเลือกชุดออกกำลังกาย

 

-แบบที่ดูดซับความชื้นได้ดี ผ้าที่สามารถดูดซับความชื้นได้ดีจะช่วยให้เหงื่อแห้งอย่างรวดเร็ว คุณจึงรู้สึกแห้งสบาย ไม่อึดอัด และลดการเสียดสีขณะออกกําลังกายได้ดี

-แบบที่แห้งเร็ว เนื้อผ้าประเภทพอลิเอสเตอร์หรือไนลอน หรือเสื้อผ้าที่มีป้ายสัญลักษณ์ Flash DryTM จะช่วยให้รู้สึกสบายและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกกําลังกาย

-กันน้ำและลม ปัจจุบัน Gore-Tex, Dryvent และWindWall เป็นเทคโนโลยีการผลิตเสื้อผ้าออกกําลังกายที่จะช่วยกันน้ำและกันลมได้พร้อมๆ กัน ไม่เพียงเท่านั้นยังระบายอากาศได้ดีขณะสวมใส่อีกด้วย

-ป้องกันแสงแดด เสื้อผ้าที่มีป้ายบอกระดับการกันแดด หรือ UPF (Ultraviolet Protection Factor) ผ่านการทดสอบการป้องกันรังสี UVA และ UVB ยิ่งมีค่าสูงเท่าใด ยิ่งป้องกันได้มากเท่านั้น

 

เสื้อฟิตเนสแขนยาวกับกางเกงขายาวเหมาะสำหรับสาวปิดบังต้นแขนใหญ่ๆ

 

เสื้อฟิตเนสโชว์กล้ามท้องแอบเซ็กซี่หน่อยๆ

 

เสื้อฟิตเนสแบบใส่เสื้อแขนกุดคลุมดูไม่โป๊จนเกินไป

 

เสื้อฟิตเนสแบบนี้คือแอบเซ็กซี่ด้านหลัง

เสื้อฟตเนสโทนสีขาว ดูสวย สะอาดตา

ออกกำลังกาย คือ การทำกิจกรรมที่ได้ออกแรงหรือเคลื่อนไหวร่างกายซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ โดยช่วยจัดระเบียบร่างกายและควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายด้านต่าง ๆ ได้แก่ ความทนทาน ความแข็งแรง การทรงตัว และความยืดหยุ่น ดังนี้

  • ความทนทาน (Endurance) ช่วยให้หัวใจแข็งแรง เพื่อร่างกายจะได้ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ดีขึ้น และไม่เหนื่อยง่ายเมื่อทำกิจกรรมหนัก ๆ
  • ความแข็งแรง (Strenght) ช่วยให้แบกของหนัก ออกแรง รวมทั้งทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • การทรงตัว (Balance) ช่วยให้ทรงตัว รวมทั้งเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่หกล้มได้ง่าย
  • ความยืดหยุ่น (Flexibility) ช่วยให้ยืดตัว เอี้ยวตัว หรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายขึ้น 

    ประเภทการออกกำลังกายมีอะไรบ้าง

    การออกกำลังกายมีหลายรูปแบบ ผู้คนมักเลือกออกกำลังกายเฉพาะที่ตนเองสนใจ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายให้ครบทุกรูปแบบจะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายทุกด้านให้ดีขึ้น โดยการออกกำลังกายแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก การออกกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายเสริมการทรงตัว ดังนี้

    • การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercise) การออกกำลังกายประเภทนี้ถือว่าสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย โดยช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจดีขึ้น ช่วยขยายผนังหลอดเลือด ลดความดันโลหิต เผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ และเพิ่มระดับไขมันดี ทั้งนี้ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกควบคู่กับการลดน้ำหนักยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควรทำกิจกรรมต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 150 นาที เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ จ็อกกิ้ง ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมเข้าจังหวะ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายแบบแอโรบิกควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ควรหักโหมจนหายใจไม่ทัน เวียนศีรษะ เจ็บหรือแน่นหน้าอก หรือรู้สึกแสบร้อนกลางทรวงอก ทั้งนี้ ควรอบอุ่นร่างกายหรือคลายกล้ามเนื้อทุกครั้ง จิบน้ำระหว่างออกกำลังกายให้เพียงพอ ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ป่วยเป็นโรคหัวใจวาย หรือโรคไต ควรจำกัดปริมาณของเหลวตามแพทย์สั่ง ไม่ควรดื่มน้ำขณะออกกำลังกายมากเกินไป อีกทั้งควรแต่งตัวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในกรณีที่ออกกำลังกลางแจ้ง และไม่ออกกำลังในที่ที่อากาศหนาวหรือร้อนเกินไป เนื่องจากอาจเป็นลมแดด หากอากาศร้อนมาก หรืออุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงในกรณีที่อากาศหนาวจัด
    • การออกกำลังแบบฝึกกล้ามเนื้อ (Strenght Training) ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามอายุที่มากขึ้น การออกกำลังฝึกกล้ามเนื้อจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปได้ โดยสามารถใช้อุปกรณ์สำหรับฝึกกล้ามเนื้อ ยางยืดสำหรับออกกำลังกาย หรือของใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านมาประยุกต์สำหรับฝึกกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ ควรบริหารกล้ามเนื้อมัดใหญ่สัปดาห์ละ 2 วันหรือมากกว่านั้น และฝึกกล้ามเนื้อครั้งละประมาณ 30 นาที  โดยห้ามฝึกกล้ามเนื้อกลุ่มเดียวกันติดกัน 2 วัน การออกกำลังชนิดนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง กระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยจัดท่าทางร่างกายและการทรงตัว รวมทั้งลดอาการตึงหรือปวดบริเวณหลังส่วนล่างและข้อต่อ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังฝึกกล้ามเนื้อควรคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพเป็นสำคัญซึ่งทำได้ ดังนี้
    • ควรเริ่มยกเวทหรือดัมเบลที่มีน้ำหนักประมาณ 0.5-1 กิโลกรัม เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ โดยเริ่จากน้ำหนักเบาก่อน แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้น เนื่องจากการเริ่มฝึกด้วยอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากเกินไปจะทำให้บาดเจ็บได้
    • ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้น เพื่อพัฒนาสมรรถภาพในการฝึกกล้ามเนื้อ
    • อุปกรณ์ที่ใช้ฝึกกล้ามเนื้อควรมีน้ำหนักที่ผู้ฝึกสามารถบริหารกล้ามเนื้อในแต่ละเซตได้อย่างน้อย 8 ครั้ง ไม่ควรมีน้ำหนักมากเกินไปจนไม่สามารถฝึกครบจำนวนครั้งในแต่ละเซต
    • ควรฝึกกล้ามเนื้อแต่ละท่า โดยเริ่มยกหรือออกแรงฝึก 3 วินาที ค้างไว้ 1 วินาที และกลับมาอยู่ท่าเริ่มต้นอีก 3 วินาที ทั้งนี้ ไม่ควรทิ้งอุปกรณ์ทันที แต่ควรผ่อนลงช้า ๆ
    • ควรฝึกกล้ามเนื้อแต่ละท่าให้ได้ประมาณ 10-15 ครั้ง หากทำได้ไม่ครบ อาจทำเท่าที่ได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มจำนวนมากขึ้น
    • ไม่ควรกลั้นลมหายใจขณะฝึกกล้ามเนื้อ เนื่องจากอาจทำให้ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหัวใจ
    • ควรหายใจสม่ำเสมอขณะออกกำลัง โดยหายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปาก หรือหายใจเข้าและออกทั้งทางจมูกและปากได้ในกรณีที่รู้สึกหายใจไม่สะดวก ทั้งนี้ ควรหายใจออกเมื่อออกแรงฝึก และหายใจเข้าเมื่อผ่อนแรงลง
    • ควรออกกำลังในแต่ละท่าอย่างช้า ๆ และถูกจุดที่บริหาร ไม่ควรรีบจนเกินไป เพื่อป้องกันการได้รับบาดเจ็บ
    • ไม่ควรเกร็งข้อต่อแขนหรือขาขณะอยู่ในท่าเกร็งกล้ามเนื้อที่ฝึก
    • อาการปวดและเมื่อยล้ากล้ามเนื้ออาจปรากฏประมาณ 2-3 วัน หลังจากฝึกกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปหลังจากออกกำลังกายซ้ำมาสักประมาณ 2-3 สัปดาห์

    นอกจากนี้ จะยกท่าออกกำลังฝึกกล้ามเนื้อบางส่วนมาประกอบ ดังนี้

    • ท่าบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหน้า (Front Arm Raise) เริ่มต้นยืนตรง แยกเท้าให้กว้างประมาณหัวไหล่ ถือดัมเบลไว้ข้างลำตัว โดยหันฝ่ามือไปด้านหลัง จากนั้นหายใจออกพร้อมกับเหยียดแขนทั้งสองให้ตรง ยกขึ้นมาข้างหน้าให้อยู่ระดับอก ค้างไว้  1 วินาที แล้วหายใจเข้าพร้อมกับลดแขนลงช้า ๆ ทำซ้ำเซตละ 10-15 ครั้ง
    • ท่าบริหารหน้าแขนด้วยยางยืด (Arm Curl) นั่งบนเก้าอี้ ฝ่าเท้าราบไปบนพื้น โดยแยกเท้าให้กว้างเท่าหัวไหล่ วางยางยืดสำหรับออกกำลังกายไว้ใต้เท้าทั้ง 2 ข้าง ให้ปลายยางยืดแต่ละข้างเท่ากัน จับปลายยางยืดไว้ โดยหงายฝ่ามือเข้าหาลำตัวและให้ข้อศอกอยู่ข้างลำตัว หายใจเข้าช้า ๆ จากนั้นหายใจออกพร้อมกับงอศอกให้มือเข้ามาใกล้หัวไหล่ ค้างไว้ 1 วินาที หายใจเข้าแล้วลดแขนกลับไปท่าเดิมช้า ๆ ทำซ้ำเช่นนี้เซตละ 10-15 ครั้ง
    • ท่าบริหารน่อง (Calf Raises) เริ่มต้นยืนตรงและจับพนักเก้าอี้ด้านหลังไว้ จากนั้นค่อย ๆ เขย่งส้นเท้าขึ้นมาให้มากที่สุด โดยทำช้า ๆ ทำซ้ำเช่นนี้ประมาณ 5 ครั้ง  หากต้องการเพิ่มความยากในการฝึก อาจลองทำโดยไม่ต้องจับพนักเก้าอี้
    • ท่าสควอท (Squat) ยืนตรง แยกเท้าให้กว้างเท่าไหล่ แขนอยู่ข้างลำตัว จากนั้นค่อย ๆ ย่อสะโพกและงอเข่า โดยให้ลดก้นต่ำลงประมาณ 8 นิ้ว เหมือนกำลังนั่งเก้าอี้ ทิ้งน้ำหนักลงที่ส้นเท้า ทั้งนี้ อาจยื่นแขนไปข้างหน้าเพื่อช่วยทรงตัว และหลังตรงเสมอ แล้วค่อย ๆ กลับไปอยู่ท่าเริ่มต้น โดยเกร็งก้นไว้ขณะที่กลับมาอยู่ในท่ายืน เพื่อช่วยทรงตัวให้ดีขึ้น ทำซ้ำประมาณ 8-12 ครั้ง ผู้ที่เริ่มฝึกท่านี้ อาจลองฝึกกับเก้าอี้ โดยนั่งตรงขอบที่นั่งของเก้าอี้ แยกขาให้กว้างเท่าสะโพก จากนั้น เกร็งหน้าท้องพร้อมกับยืนขึ้น แล้วค่อยนั่งลงกลับไปที่เก้าอี้ช้า ๆ ส่วนผู้ที่ต้องการเพิ่มความยากในการฝึก ควรฝึกสควอท โดยกดสะโพกให้ต่ำกว่าเดิม
    • การยืดเส้น (Stretching) เมื่ออายุมากขึ้น อาจทำให้สูญเสียความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อหรือเป็นตะคริว กล้ามเนื้อถูกทำลาย ตึงกล้ามเนื้อ ปวดข้อต่อ หรือหกล้มได้ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำจะช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ดีและลดอาการปวดหรือเสี่ยงได้รับบาดเจ็บน้อยลง การยืดเส้นควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยยืดเส้นกล้ามเนื้อช้า ๆ พยายามยืดให้ได้มากที่สุด ค้างไว้ 10-30 วินาที แล้วค่อยผ่อน หายใจ และทำซ้ำ ทั้งนี้ ควรอบอุ่นร่างกายยืดเส้น เพื่อให้เลือดและออกซิเจนไหลเวียนไปที่กล้ามเนื้อ จากนั้นจึงเริ่มบริหารร่างกายด้วยท่ายืดเส้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ น่อง ต้นขาด้านหลังหรือแฮมสตริง (Hamstrings) กล้ามเนื้อที่งอข้อต่อสะโพก (Hip Flexors) กล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) กล้ามเนื้อที่ไหล่ คอ และหลังส่วนล่าง โดยท่ายืดเส้นที่ช่วยยืดเส้นในบางส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีดังนี้
      • ท่ายืดเส้นคอ ท่านี้สามารถทำได้ขณะนั่งหรือยืน เริ่มต้นโดยยืนหรือนั่งให้เท้าวางราบบนพื้น หลังตรงยืดไหล่ จากนั้นค่อย ๆ หันศีรษะไปด้านขวาจนรู้สึกตึงเล็กน้อย ระวังไม่ให้ศีรษะเอียงไปข้างหน้าหรือข้างหลัง ควรตั้งศีรษะให้ตรงในท่าที่รู้สึกสบาย ทำค้างไว้ประมาณ 10-30 วินาที แล้วหันศีรษะมาทางซ้าย ค้างไว้อีก 10-30 วินาที ทำซ้ำเช่นนี้ 3-5 ครั้ง
      • ท่ายืดเส้นไหล่และแขนส่วนบน ยืนตรง กางขาให้กว้างเท่าไหล่ ใช้มือขวาจับปลายผ้าเช็ดตัว จากนั้นยกแขนขึ้นและงอแขนเพื่อตวัดผ้าเช็ดตัวไปด้านหลัง ใช้มือซ้ายเอื้อมไปด้านหลังแล้วจับปลายผ้าเช็ดตัวอีกด้าน พร้อมกับออกแรงดึงผ้าเช็ดตัวเพื่อยืดเส้นไหล่ขวา ทำซ้ำเช่นนี้อย่างน้อย 3-5 ครั้ง แล้วสลับทำอีกข้าง
      • ท่ายืดเส้นน่อง ยืนตรง ดันมือไว้ที่กำแพง จากนั้นงอเข่าขวาแล้วก้าวเท้าซ้ายไปด้านหลังให้ห่างอย่างน้อย 1 ฟุต แล้วยืดให้น่องซ้ายตึง โดยพยายามเหยียดขาซ้ายให้ตรงมากที่สุด โดยฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้างต้องวางราบไปบนพื้น สลับทำเช่นนี้กับขาขวา
      • ท่ายืดเส้นหัวเข่า (Single Knee Rotation) นอนราบไปบนพื้น เหยียดขาตรง โดยให้ไหล่ทั้ง 2 ข้างแนบไปกับพื้น จากนั้นงอเข่าซ้าย โดยวางฝ่าเท้าซ้ายไว้บนต้นขาขวาเลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อย เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง แล้วใช้มือขวาจับเข่าซ้ายดึงไปทางขวาให้รู้สึกตึงเพียงเล็กน้อย ไม่รู้สึกเจ็บที่เข่า รวมทั้งหันหน้าไปอีกด้าน เพื่อช่วยดึงเข่าให้ตึงได้มากขึ้น ทำค้างไว้ประมาณ 10-30 วินาที แล้วค่อยกลับไปท่าเริ่มต้น สลับทำเช่นนี้กับอีกข้าง
    • การออกกำลังเสริมการทรงตัว (Balance Exercise) ผู้ที่มีอายุมากขึ้นจะสูญเสียระบบที่ช่วยเรื่องการทรงตัวของร่างกาย ได้แก่ การมองเห็น หูชั้นใน หรือกล้ามเนื้อขาและข้อต่อ การออกกำลังเสริมการทรงตัวจะช่วยให้ร่างกายทรงตัวได้ดีขึ้น อีกทั้งยังป้องกันการหกล้ม โดยทั่วไปแล้ว การออกกำลังชนิดนี้ทำได้บ่อยตามต้องการ เนื่องจากการออกกำลังเสริมการทรงตัวบางท่าก็รวมอยู่ในการฝึกกล้ามเนื้อร่างกายส่วนล่างบางท่าด้วย ทั้งนี้ การออกกำลังเสริมการทรงตัวสามารถฝึกได้เอง ซึ่งท่าออกกำลังเสริมการทรงตัวที่น่าสนใจมีดังนี้
      • ยืนยกขาเดียว (Standing Knee Lift) ยืนตรงเท้าชิด มือเท้าเอว จากนั้นยกขางอเข่าขึ้นมาหนึ่งข้าง โดยให้ต้นขาขนานกับพื้น ทำค้างไว้ อาจกางแขนเพื่อช่่วยทรงตัวได้ แล้วค่อยลดขาลงไปอยู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำเช่นนี้ประมาณ 3-5 ครั้ง แล้วสลับทำอีกข้าง ขณะที่ยกขาขึ้นมานั้นควรหลังตรง เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก้น และหายใจตามสบาย ผู้ที่เริ่มฝึกอาจใช้มือข้างหนึ่งหาที่ยึดไว้ก่อน หากต้องการเพิ่มความยาก ให้ผ่อนขาลงแต่ไม่แตะพื้น แล้วยกขา กลับขึ้นมาอีกครั้ง
      • ท่าฝึกเดินทรงตัว (Balance Walk) ยืนกางแขนยกขึ้นมาให้สูงเท่าหัวไหล่ เงยหน้ามองตรงไปด้านหน้า จากนั้นเดินไปตามแนวเส้นตรง โดยให้เท้าข้างหนึ่งอยู่ด้านหน้าเท้าอีกข้าง ขณะที่เดินให้ยกขาหลังขึ้นมา ค้างไว้ 1 วินาที ก่อนก้าวต่อไป ทำซ้ำเช่นนี้ 20 ก้าว
      • ท่าเดินต่อเท้าเป็นเส้นตรง (Heel-To-Toe Walk) ยืนตรง ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า โดยให้ส้นเท้าขวาต่อกับปลายเท้าซ้าย จากนั้นก้าวเท้าซ้ายไปวางต่อด้านหน้าปลายเท้าขวา ระหว่างที่เดินควรมองตรงไปข้างหน้า ทำเช่นนี้ให้ได้อย่างน้อย 5 ก้าว

    เริ่มต้นออกกำลังกายอย่างถูกต้อง

    การเตรียมตัวสำหรับเริ่มออกกำลังกายถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากจะช่วยให้ผู้ฝึกตั้งเป้าหมายสำหรับออกกำลังกายได้อย่างชัดเจน กระตุ้นตัวเองให้ออกกำลังกายอยู่เสมอ อีกทั้งยังออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องและส่งผลดีต่อสุขภาพ ผู้ฝึกลองเริ่มต้นออกกำลังกาย ดังนี้

    • ระบุกิจวัตรประจำวันที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ผู้ฝึกที่เริ่มต้นออกกำลังกายควรเริ่มสำรวจว่าตนเองออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่วัน ใช้เวลาในการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายแต่ละครั้งนานเท่าไหร่ รวมทั้งระบุกิจกรรมที่กระตุ้นให้ร่างกายเคลื่อนไหว การระบุกิจวัตรดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ฝึกรู้ว่าตนเองควรเริ่มต้นออกกกำลังกายที่เหมาะสมอย่างไร อีกทั้งยังเป็นข้อมูลในการวางแผนสำหรับออกกำลังกายต่อไปด้วย
    • ตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกาย การตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายจะช่วยให้ผู้ฝึกสามารถออกกำลังได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น เบื้องต้นควรพิจารณาว่าจะตั้งเป้าหมายออกกำลังกายในระยะสั้นหรือระยะยาว ตั้งเป้าที่ทำได้และเห็นผล รวมทั้งหมั่นตรวจสอบเป้าหมายของตนเองอย่างสม่ำเสมอ การตั้งเป้าหมายระยะสั้นจะช่วยให้ผู้ฝึกเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอในการดำเนินชีวิตประจำวันด้วย ผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกายอาจสอดแทรกกิจกรรมดังกล่าวเข้าไปในกิจวัตรที่จำเป็นต้องทำในแต่ละวัน ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้วอาจเพิ่มระดับของการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย เช่น เปลี่ยนจากเดินเร็วเป็นวิ่งจ็อกกิ้ง หรือเพิ่มน้ำหนักดัมเบลเพื่อฝึกกล้ามเนื้อ การทำตามเป้าหมายระยะสั้นได้สำเร็จจะช่วยให้ผู้ฝึกมั่นใจและเริ่มตั้งเป้าหมายระยะยาว ทั้งนี้ การตั้งเป้าหมายระยะยาวควรตั้งเป้าไว้ที่ 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี นับจากที่ช่วงเวลาที่ระบุเป้าหมาย
    • เขียนแผนการออกกำลังกาย แผนการออกกำลังกายควรมีพื้นฐานมาจากเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเลือกประเภทกิจกรรมและระบุเหตุผล ช่วงเวลา รวมทั้งสถานที่ที่ต้องทำกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ ควรเลือกกิจกรรมที่ผู้ฝึกจะทำได้จริง รวมทั้งหมั่นสำรวจว่าบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ ผู้ฝึกควรปฏิบัติกิจกรรมหรือออกกำลังที่รู้สึกสนุก เพื่อฝึกตัวเองให้ออกกำลังหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
    • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย การปรับระดับความหนักของกิจกรรมหรือการออกกำลังกายถือเป็นเรื่องที่ผู้ฝึกควรปรึกษาแพทย์ ซึ่งมักทำในกรณีที่ผู้ฝึกบางรายมีปัญหาสุขภาพ หรือไม่สามารถเริ่มออกกำลังกายระดับที่หนักได้ โดยผู้ฝึกควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการออกกำลังกายในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
      • กิจกรรมที่ควรเลี่ยงและผลกระทบของอาการป่วยหรือการผ่าตัดที่ส่งผลต่อการออกกำลังกาย
      • อาการป่วยบางอย่างที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ เช่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก ปวดข้อต่อ เวียนศีรษะ หรือหายใจไม่สุด ผู้ฝึกควรพักร่างกายจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยและรักษาอาการดังกล่าว
      • ผลกระทบจากปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ส่งผลต่อการออกกำลังกาย เช่น ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบอาจต้องเลี่ยงออกกำลังกายบางประเภท
      • ปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการได้ และอาจส่งผลต่อกิจกรรมที่ทำอยู่ เช่น ผู้ป่วยความดันโลหิตหรือเบาหวานจำเป็นต้องรู้วิธีออกกำลังกายที่ปลอดภัยกับตัวเอง
    • เลือกรองเท้าสำหรับออกกำลังกาย รองเท้าออกกำลังกายนับเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย ผู้ฝึกควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละอย่าง เช่น เดิน วิ่ง เต้น โบว์ลิ่ง หรือเทนนิส โดยเลือกรองเท้าพื้นเรียบ ไม่ทำให้ลื่น รองรับและพอดีกับเท้าของตนเอง รวมทั้งหมั่นตรวจสภาพรองเท้าเป็นประจำ หากรองเท้าสึกหรือรู้สึกปวดเท้า  หน้าแข้ง เข่า หรือสะโพก หลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ควรเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่

    วิธีทดสอบสมรรถภาพการออกกำลังกาย

    ผู้ฝึกที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรทดสอบสมรรถภาพการออกกำลังกายของตนเอง  เพื่อดูว่าควรเพิ่มระดับการออกกำลังกายต่อไปหรือไม่ วิธีทดสอบสมรรถภาพแบ่งออกตามประเภทการออกกำลังกาย ดังนี้

    • วิธีทดสอบสมรรถภาพความทนทาน ผู้ฝึกสามารถทดสอบความทนทานของร่างกายโดยจับเวลาว่าสามารถเคลื่อนไหวร่างกายในระยะทางที่กำหนดได้เท่าไหร่ เช่น กำหนดระยะทางจากบ้านไปโรงเรียน แล้วทดสอบเดินว่าใช้เวลาเดินภายในระยะทางที่กำหนดได้เท่าไหร่ หากใช้เวลาน้อยลง ก็หมายถึงสมรรถภาพความทนทานเพิ่มขึ้น ผู้ฝึกควรทดสอบสมรรถภาพความทนทานทุกเดือน
    • วิธีทดสอบสมรรถภาพความแข็งแรง การทดสอบความแข็งแรงของร่างกายจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ สมรรถภาพความแข็งแรงของร่างกายส่วนบน และสมรรถภาพความแข็งแรงของร่างกายส่วนล่าง ดังนี้
      • สมรรถภาพความแข็งแรงของร่างกายส่วนบน ผู้ฝึกทดสอบนับจำนวนครั้งที่สามารถทำได้ในการทำท่าบริหารกล้ามเนื้อแขน (Arm Curls) ที่ถูกต้องและปลอดภัยภายใน 2 นาที ผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกายอาจหยุดพักก่อนครบ 2 นาที ผู้ฝึกควรทดสอบอีกครั้งหลังผ่านไป 1 เดือน โดยควรทำให้ได้จำนวนครั้งที่มากขึ้น
      • สมรรถภาพความแข็งแรงของร่างกายส่วนล่าง ผู้ฝึกทดสอบนับจำนวนครั้งที่สามารถทำได้ในการลุกยืนจากเก้าอี้ภายใน 2 นาที และทดสอบอีกครั้งหลังผ่านไป 1 เดือน โดยควรทำให้ได้จำนวนครั้งที่มากขึ้น
    • วิธีทดสอบสมรรถภาพความยืดหยุ่น ผู้ฝึกนั่งบนขอบที่นั่งของเก้าอี้ ยืดขาออกมาข้างหนึ่ง โดยให้ส้นเท้าแตะพื้นและปลายเท้าชี้ขึ้นด้านบน งอขาอีกข้างให้เท้าราบไปบนพื้น ค่อย ๆ ยื่นมือเอื้อมไปแตะปลายเท้าของขาข้างที่ยืดออก พยายามยืดจนรู้สึกตึง และทดสอบอีกครั้งเมื่อผ่านไป 1 เดือน เพื่อดูว่าสามารถเอื้อมไปแตะปลายเท้าได้มากน้อยแค่ไหน
    • วิธีทดสอบสมรรถภาพการทรงตัว ผู้ฝึกยืนขาเดียวและจับเวลา โดยห้ามจับหรือยึดสิ่งของเพื่อไม่ให้ล้ม ส่วนผู้ที่ยังทรงตัวได้ไม่ดี สามารถหาที่ยึดไว้ได้ จากนั้นให้สลับยืนขาเดียวอีกข้าง พร้อมบันทึกเวลาที่ทำได้ เพื่อนำมาเปรียบเทียบการทรงตัวของขาทั้งสองข้าง รวมทั้งทดสอบอีกครั้งภายใน 1 เดือน เพื่อดูว่าสามารถยืนขาเดียวได้นานกว่าเดิมหรือไม่

    นอกจากนี้ ผู้ฝึกอาจทดสอบสมรรถภาพการออกกำลังกายของตนเองได้โดยสังเกตสัญญาณหรืออาการต่าง ๆ ของร่างกายที่มีพัฒนาการ ดังนี้

    • มีพละกำลังมาก
    • อารมณ์และสุขภาพจิตดี
    • ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่าย
    • ขึ้นบันไดแล้วไม่เหนื่อยเร็ว
    • ขึ้นรถลงรถสะดวก
    • นอนหลับสนิท
    • ไม่ได้รับบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวร่างกาย
    • อาการป่วยดีขึ้น
Dresses

เสื้องานแต่ง หลากสไตล์ ใส่ยังไงให้ดูดีและเหมาะสม

เสื้องานแต่ง หลากสไตล์ ใส่ยังไงให้ดูดีและเหมาะสม

 

เสื้องานแต่ง หลากสไตล์ ใส่ยังไงให้ดูดีและเหมาะสม – ทุกครั้งที่ได้รับเชิญไปเป็นแขกในงานแต่งงาน เชื่อเถอะว่าร้อยทั้งร้อยของสาวๆ จะต้องวางแผนแต่งองค์ทรงเครื่องหา ชุดไปงานแต่ง กันแบบเต็มที่ โดยเฉพาะสาวโสดที่คาดหวังว่าจะได้ลงจากคานในงานนี้ แต่ไม่ว่าคุณจะอยากแต่งสวยแค่ไหน เราอยากจะขอให้เลี่ยง 4 สีชุดไปงานเหล่านี้

สีขาว>>ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะคะว่า หนึ่งเดียวที่ควรจะเป็นผู้สวมชุดขาวในงานคือ เจ้าสาว ซึ่งถ้าในวันนั้น คุณเกิดเพี้ยนหยิบ ชุดไปงานแต่ง สีขาวมาใส่ ถือว่าเป็นการเสียมารยาทสุดๆ และเตรียมรอรับคำเม้าท์จากแขกผู้ร่วมงานท่านอื่นๆ ได้เลย

สีใกล้เคียงกับสีขาว>>ก็ในเมื่อสีขาวไม่ควรใส่ สีที่ใกล้เคียงจนดูเป็นเฉดสีขาวก็ไม่ควร และอย่าแถว่ามันคือ สีครีม สีแชมเปญ สีไอวอรี่ หรือสีใดๆ ทั้งนั้น เพราะโทนสีเหล่านั้นก็ยังเป็นโทนที่สงวนไว้สำหรับเจ้าสาวอยู่ดีนะจ๊ะ

สีของชุดเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว>>ก็อย่างที่ว่าเรามันแค่แขกรับเชิญ เพราะงั้นก็อย่าไปเลือกชุดที่สีเหมือนเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้คาต่อใครเข้า ใจผิดเลยค่ะ ทางที่ดีก่อนไปงานศึกษาสักนิดว่าแก๊งเพื่อนบ่าวสาวเขาใส่สีไหน โดยอาจถามจากเจ้าสาวเองตรงๆ หรือถ้ารู้จักใครสักคนในแก๊งเพื่อนๆ ก็ถามไปเลย จากนั้นเลือกสีอื่นที่ไม่ตรงกันซะ ปลอดภัยและเป็นมารยาทที่ดีที่ควรทำค่ะ

กลิตเตอร์วิบวับ>>แม้ชุดกลิตเตอร์วิบวับจะห่างไกลจากสีขาวเป็นที่สุด แต่ก็ไม่ควร เพราะตามมารยาทแล้วคนที่ควรโดดเด่นที่สุดในงานคือเจ้าสาว แล้วเจ้าชุดกลิตเตอร์พวกนี้เป็นอะไรที่เรียกร้องและดึงดูดความสนใจสายตาคน อื่นมากๆ ถ้าเป็นการร่วมงานปกติ อยากใส่ชุดที่มีการตกแต่งวิบวับเล็กๆ คงได้ แต่ไม่ใช่เลือกชุดที่กลิตเตอร์

จำไว้ค่ะว่า สีมีอยู่เป็นร้อยเป็นพันเฉด ต้องมีสักสีที่เหมาะกับงานแต่งที่คุณได้รับเชิญไป แต่ขอเถอะค่ะว่า สี่สีที่เราแนะนำไป อย่าได้หยิบมาใช้เป็นชุดไปงานแต่งเลย แล้วรับรองว่า คุณจะไม่ถูกเม้าท์ ไม่เด่นเกินใคร ไม่เว่อร์เกินงาม

ชุดไปงานแต่งแบบเสื้อและกางเกง เอาใจสาว ๆ ที่อยากเปลี่ยนลุคเท่ ๆ แบบสาวมั่น ทั้งสวย ทั้งเก๋ แถมเพิ่มเสน่ห์ขึ้นอีกเป็นกองสาว ๆ เคยเป็นไหมคะ พอถึงเวลาไปงานแต่งงานทีไร ถ้าไม่เลือกใส่กระโปรงก็ต้องใส่ชุดเดรสสวย ๆ จนบางครั้งก็แอบรู้สึกเบื่อที่ต้องใส่กระโปรงอีกแล้ว ทั้งที่ความจริงสาว ๆ สามารถใส่กางเกงพร้อมกับเสื้อเก๋ๆไปงานแต่งงานได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องเลือกดีไซน์ที่สุภาพ ไม่โป๊ นำมามิกซ์ แอนด์ แมตช์ ให้เข้ากับเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็น เสื้อเชิ้ต เสื้อสายเดี่ยว เสื้อเปลือยไหล่ หรือเสื้อเกาะอก ใส่คู่กับกางเกงสแลค กางเกงทรงบอลลูน กางเกงขาม้า ก็เข้ากั๊นเข้ากัน หรือจะเลือกใส่ชุดจั๊มพ์สูท ก็ดูเก๋กู้ดซะไม่มี และอย่าลืมใส่แอสเซสซอรี่หรือเครื่องประดับต่าง ๆ ให้เข้าชุด เพียงเท่านี้คุณก็ได้ชุดไปงานแต่งงานที่ทั้งสวย ทั้งเท่ แถมยังดูมั่นใจและมีเสน่ห์สุด ๆ อีกด้วยล่ะค่ะ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่กำลังหาเสื้อกับชุดกางเกงไปงานแต่งงานอยู่ละก็

แต่งตัวไปงานแต่งเสื้อ กับ กางเกง อัปเดตชุดไปงานแต่งสำหรับสาวมั่น ใส่แบบนี้ก็เริดไม่เบาเหมือนกันนะ ยุคนี้สมัยนี้แฟชั่นมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ โดยเฉพาะคุณสาว ๆ ที่ชอบความทะมัดทะแมง “ชุดไปงานแต่งแบบกางเกง” ตอนนี้กำลังเป็นเทรนด์ฮิตเลยทีเดียว แต่ทว่าสาว ๆ คนไหนกลัวว่าแต่งตัวไปงานแต่งแบบกางเกงแล้วจะสวยปังได้ไม่เท่าสาว ๆ คนอื่น ๆ ไม่ต้องห่วงค่ะ วันนี้ทางเราก็ได้รวบรวม ชุดไปงานแต่งเสื้อกับแบบกางเกง มาฝากกันแล้ว ใครชอบแบบไหน ก็เลือกเก็บไว้เป็นไอเดียแต่งตัวกันได้เลยค่ะ สำหรับคอลเลคชั่นนี้บอกเลยว่าเหมาะมาก ๆ สำหรับสาวมั่นที่ชอบความคล่องตัว ซึ่งจะใส่ยังไงถึงจะดูดีและเหมาะสมสำหรับไปงานแต่ง ตามมาอัปเดตแฟชั่นพร้อมกับชมไอเดียแต่งตัวกันเลย

เสื้อสีขาวปาดไหล่กับกางเกงสีเข้มดูดี

เสื้องานแต่ง

 

เสื้อสีชมพูตุ่นๆกับกางเกงสีชมพูสไตล์สาวหวาน

เสื้องานแต่ง

เสื้อแขนกุดสีแดงกับกางเกงลายดอกสวยใส

เสื้องานแต่ง

 

 

 

 

 

Dresses

เสื้อมือ 2 ใส่แล้วยังเท่

เสื้อมือ 2 ใส่แล้วยังเท่

 

เสื้อมือ 2 ใส่แล้วยังเท่ – จับกระเเสเสื้อมือ2เมืองไทยกับเคล็ดลับธุระกิจเสื้อมือ2รวยระดับสิบล้านในเเบบ Switch Onร้านขายส่งเสื้อมือ2เกรดAที่สามารถลงทุนได้เเม้เงินลงทุนมีไม่กี่พันบาท พร้อมเเนวคิดต่อยอดการเติบโตเเบบมั่นคงในตลาดเสื้อผ้าปัจจุบัน

ปัจจุบันกระเเสคนไทยได้หันมาสนใจเสื้อมือ2กันมากขึ้นเนื่องมาจากราคาประหยัดคุณภาพดีเเละอาจได้ของดียี่ห้อดังติดไม้ติดมือมาในราคาสบายกระเป๋า จะเห็นได้ชัดเจนว่าเเม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดีเเต่1ในปัจจัย 4 นั่นก็คือเสื้อผ้าที่ไม่มีวันตกกระเเสเพราะยังเป็นสิ่งสำคัญที่ยังต้องการอยู่ตลอด ตรงจุดนี้เองจึงทำให้ตลาดเสื้อผ้าเติบโตได้เรื่อยๆโดยเฉพาะเสื้อมือ2ที่มีความต่างกับเสื้อมือ1ตรงที่ไม่มีความซ้ำกันมีเเค่ตัวเดียวเเบบเดียวหมดเเล้วหมดเลยเเละนี่ก็คือเสน่ห์อีกเเบบของเสื้อมือ2 เเต่ถ้าเปรียบเทียบกับเสื้อมือ1ก็จะเห็นต่างได้อย่างชัดเจนตรงที่มีการอัปเดททันกระเเสอยู่ตลอดเวลาเเต่ก็ต้องเเลกมากับการขายให้ทันกระเเสเทรนด์เสื้อผ้าขายไม่ทันก็ต้องเอามาลดราคาเข้าเนื้อ

เสื้อมือสอง เป็นชื่อเรียกของสินค้าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ซึ่งอาจจะไม่ได้ผ่านการใช้งานมาเพียงครั้งเดียว แต่อาจถูกใช้งานมาแล้วหลายครั้งซึ่งเป็นสินค้าที่ยังคงมีสภาพดีสามารถใช้งานได้และที่สำคัญจะมีราคาถูกกว่าสินค้าใหม่หลายเท่าตัวส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มาจากต่างประเทศ  ธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง  เป็นธุรกิจที่เพิ่งจะเฟื่องฟูมาเมื่อไม่นานมานี้   เจ้าของร้านเสื้อผ้ามือสองร่ำรวยไปตามๆกัน เพราะกำไรเป็นสองสามเท่า  หลายๆคนมีข้อสงสัยว่า เสื้อผ้ามือสองพวกนี้ มีที่ไปที่มาอย่างไร

ที่มาของเสื้อมือสอง โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มียี่ห้อดังจากต่างประเทศ ที่เจ้าของใช้แล้วนำมาขายต่อ ซึ่งเหตุผลในการขายต่อ ก็มีที่มาแตกต่างกันไป เช่นสินค้าเหลือใช้ที่เกิดจากการย้ายบ้าน ครอบครัวที่มีปัญหาการหย่าร้างแล้วไม่สามารถแบ่งทรัพย์สินได้ลงตัวจึงนำของใช้มาขายต่อแล้วนำเงินไปจัดสรรกันหรือของที่เหลือใช้เกินความจำเป็นแล้ว เป็นต้น ซึ่งในต่างประเทศจะมีตัวแทนตะเวนรับซื้อสินค้าจากบ้านเรือนและชุมชนต่างๆ แล้วนำมาแยกประเภทและรวบรวมบรรจุใส่กระสอบขนาดใหญ่ จัดส่งไปขายยังประเทศต่างๆ ซึ่งราคาขายจะคิดเหมาเป็นกระสอบขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า ในประเทศไทยเอง ก็นิยมการนำสินค้าที่ใช้แล้วมาขายต่อ ในลักษณะ สมบัติผลัดกันชม โดยใช้ชื่อเรียกอีกอย่างว่า เปิดท้ายขายของ ซึ่งเป็นที่แพร่หลายในพื้นที่ต่างๆ

วิธีการเลือกซื้อ สำหรับสิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อเสื้อมือสอง นอกจากการพิจารณาสภาพของสินค้าแล้วยังขึ้นอยู่กับความถนัดและเทคนิคเฉพาะของผู้ซื้อที่แตกต่างกันไป ประกอบด้วย

  1. พิจารณาจากยี่ห้อที่เป็นที่นิยมและมีความทันสมัย
  2. รูปแบบหรือดีไซน์ที่ชื่นชอบเฉพาะตน
  3. เนื้อผ้า สีสัน ที่มีความสวยงาม
  4. เลือกจากความจำเป็นในการใช้งาน

เสื้อมือสอง

ข้อดีของเสื้อมือ 2

– ประหยัดเงินในกระเป๋า เนื่องจากราคาที่ถูก

– ทำให้เราซื้อเสื้อผ้าได้มากขึ้นกว่าเดิม ในจำนวนเงินที่เท่ากัน

– ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะเสื้อผ้าที่ผลิตใหม่ล้วนผ่านหลายขั้นตอน

– ช่วยสร้างเสริมลักษณะนิสัยในทางที่ดี ให้เราเห็นคุณค่าในเสื้อผ้านั้นจริงๆ

– เสื้อผ้าบางชิ้นก็เหลือเพียงแค่ชิ้นเดียว ทำให้มีคุณค่ามากขึ้น

– เสื้อมือสองในสมัยก่อนจะใช้ผ้าและการผลิตที่ประณีตมากกว่า

เสื้อมือสอง

ข้อเสียของเสื้อมือ 2

– อาจมีเชื้อโรคที่ปนมากับเสื้อผ้ามือสอง

– ได้เสื้อผ้าที่ชำรุดทรุดโทรม

– อาจถูกหลอกลวงว่าเป็นสินค้าแบรนด์เนม

– หาแหล่งซื้อที่เสื้อมีคุณภาพเหมือนใหม่ได้ยาก

– บางชิ้นก็อาจมีราคาแพงกว่าเสื้อผ้าใหม่

ปัจจัยสู่ความสำเร็จ

– เน้นกำไรจากการเพิ่มสมาชิกเเละขายเเพ็กเก็จเพิ่มเติมกับโปรโมชั่น บัตรทอง บัตรเพชร เเบบเซอร์ไพรส์

– มีช่องทางถามเเละตอบอย่างรวดเร็วทั้งบน Facebook เเละ โทรหา

– มีช่องทางให้ความรู้เเก่สมาชิกเเบบต่อเนื่องเเละเกิดการสร้างสังคมระหว่างกลุ่มสมาชิกกันเองไปสู่การบอกต่อ

– จัดกิจกรมมให้คืนกำไรให้กับลูกค้าเเละสมาชิกทุกคนเเบบไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเลี้ยงอาหารตลอดเวลา หรือ เเจกบัตรท่องเที่ยวพร้อมที่พักฟรีทั่ว      ประเทศ

– ตรึงราคาเดิมมาโดยตลอดเเละสามารถเลี่ยนคืนได้ตลอดเวลา

– มีพันธมิตรที่ดีกับเเหล่งรับเสื้อเจ้าใหญ่ที่โรงเกลือมั่นใจว่าได้ของดีที่สุดที่นี่ที่เดียว

– ลงทุนน้อยเเต่ได้กำไรสูงเเละเทรนด์เสื้อผ้ามือ2ไม่มีวันตาย

หากถ้าคุณเป็นอีกคนที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรือต้องการเริ่มตั้งตัว การขายเสื้อผ้ามือ2ก็อาจเป็นอีก1อาชีพที่ทำให้คุณไม่มีเพดานรายได้เเละใช้เวลาว่างได้อย่างคุ้มค่า Switch On ก็ถือว่าเป็นอีก1 ธุรกิจที่น่าจะช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย