Girl

กระโปรงรับปริญญา แต่งแบบถูกระเบียบ

กระโปรงรับปริญญา 

 

กระโปรงรับปริญญา แต่งแบบถูกระเบียบ – ความตื่นเต้นอีกอย่างนึง สำหรับการเปลี่ยนแปลงจากเด็กมหาลัยที่กำลังจะเรียนจบแล้วเตรียมตัวที่จะต้องรับปริญญานั่นก็คือการเลือก กระโปรงรับปริญญา ค่ะ โดยเฉพาะสาวๆ หลายคนอาจจะเล็งกระโปรงแบบคลุมเข่าหรือถ้าเป็นอิสลามก็ต้องใส่แบบยาวถึงตาตุ่ม การที่จะใส่กระโปรงรับปริญญา แน่นอนว่าต้องเป็นกระโปรงที่ต้องเรียบร้อยอยู่แล้วเนื่องจากทางมหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัยมีเงื่อนไขการแต่งตัวแตกต่างกันออกไป บางมหาวิทยาลัยจะให้ใส่กระโปรงรับปริญญาสีดำ หรือ สีกรม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยนั้น ดังนั้นสาวๆที่เตรียมตัวจะรับปริญญาจึงต้องศึกษากฎที่ทางมหาวิทยาลัยประกาศออกมาว่ากระโปรงงรับปริญญาที่จะใส่เข้ารับปริญญาในงานได้นั้น ต้องเป็นสีอะไรจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการไปเลือกซื้อหลายครั้ง

กระโปรงรับปริญญาถือเป็นเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกความเป็นผู้หญิงให้ดูเรียบร้อยยิ่งขึ้น เชื่อว่าผู้หญิงที่เรียนจบทุกคนต้องเคยใส่กระโปรงรับปริญญากันมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งเป็นในช่วงงานรับปริญญาทุกคนก็ต้องโดนบังคับให้ใส่ แม้หลายคนอาจจะบ่นว่าไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่มันคือกฎระเบียบข้อบังคับในสถานศึกษาต่างๆ วันนี้ทางเราขอเอาใจสาวๆ ด้วยการแนะนำวิธีการเลือกกระโปรงรับปริญญาให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ไม่ต้องแฟชั่นจ๋า ทั้งสั้นทั้งฟิตก็สวยได้ เราต้องเลือกใส่ให้เหมาะกับรูปร่าง แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่ากระโปรงรับปริญญาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันมีทรงอะไรกันบ้าง

กระโปรงทรงนี้เป็นทรงที่หลายคนสับสนมากระหว่างเอ (เอไลน์) กับกระโปรงทรงสอบ ที่บางคนเข้าใจว่ามันคือทรงเดียวกัน ซึ่งความจริงแล้วกระโปรงทรงเอ เป็นกระโปรงที่มีรูปทรงคล้ายตัวเอ A ที่เอวมีลักษณะแคบแล้วค่อยๆ บานลงมา มีทั้งแบบสั้นและแบบยาว สำหรับสาวที่มีสะโพกใหญ่ กระโปรงทรงนี้สามารถซ้อนรูปได้อย่างดีเลยทีเดียว อีกทั้งชายกระโปรงที่ค่อยๆ บานออกสะดวกสบาย คล่องแคล่วเวลาสวมใส่ ซึ่งเราต้องเลือกกระโปรงรับปริญญาที่ยาวคุมเข่าเพื่อความเรียบร้อยและเป็นระเบียบสวยงาม สำหรับสาวที่มีพุงยุ้ยๆ เอวหนาๆ กระโปรงรับปริญญาเป็นทรงที่เหมาะมาก เลือกแบบที่ค่อยๆ บานออกจากแนวใต้สะโพก และเอวสูงหน่อย จะช่วยพรางให้เอวเล็กลงได้ หรือถ้าหากว่าเป็นคนช่วงขาสั้น ก็ให้เลือกเป็นทรงเอที่ยาวประมาณเข่า จะช่วยให้ช่วงขาดูเรียวยาวขึ้นได้ กระโปรงรับปริญญาที่สวย ควรจะทำมาจากเนื้อผ้าที่มีน้ำหนักและไม่แข็งทื่อจนเกินไป

 

 

 

กระโปรงรับปริญยาแบบยาว ทรงนี้จะเดินค่อนข้างลำบากเพราะต้องใส่ยาวถึงตาตุ่ม เรียบร้อยแต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเนื่องจากไม่ค่อยสะดวกนักสำหรับนักศึกษาที่ต้องเดินทางขึ้นรถ ลงเรือ เพื่อไปเรียน กระโปรงทรงนี้จะเหมาะกับสาวๆ ที่มีรูปร่างสูงและขายาว หากเลือกใส่กระโปรงยาวกรอมเท้าผ่าข้างสูงๆ จะยิ่งเพิ่มความสวยสง่าให้กับสาวๆ ได้มากยิ่งขึ้น
สาวๆ ที่รูปร่างเล็กหรือขาสั้น ก็อาจจะต้องระวังสักเล็กน้อย เพราะกระโปรงยาวอาจจะไม่เหมาะ แต่ถ้าหากต้องการจะใส่ก็ควรที่จะใส่ให้ยาวถึงข้อเท้าเพราะหากใส่ถึงเพียงระดับน่องอาจจะส่งผลให้มองได้ว่าขาสั้น ยิ่งสาวที่มีรูปร่างค่อนข้างอวบแล้วคิดว่าการใส่กระโปรงยาวปิดถึงข้อเท้า เพื่อปิดบังขาอันอวบอั้นของคุณจะทำให้ดูดีขึ้น แต่นั่นจะทำให้รูปร่างของคุณดูตันขึ้นมากกว่าเดิม ดังนั้นสาวอวบ ขาสั้น ควรหลีกเลี่ยงกระโปรงยาวจะดีที่สุด

ในวันนั้นไม่เพียงแต่กระโปรงรับปริญญาเท่านั้นที่สำคัญ แต่ทุกๆอย่างที่บัณฑิตใส่ต่างก็สำคัญทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าผม เสื้อ เสื้อครุย หรือแม้กระทั่งถุงน่อง รองเท้า ทุกอย่างล้วนแต่สำคัญ กฎระเบียบของแต่ละมหาวิทยาลัยก็ต่างกัน เวลาเราจะเลือกอะไรก็ต้องให้ถูกระเบียบค่ะ วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดแค่เรื่องกระโปรงนะคะ วันนี้เราจะพูดถึงค่าใช้จ่ายคร่าวๆกันค่ะว่ามีค่าอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายรับปริญญามีอะไรบ้าง  

           1. ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต
รับปริญญา

ต้องเจอเหมือนกันทุกคน ทุกมหาวิทยาลัย ถ้าจะเข้าพิธีรับปริญญา โดยค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิตของแต่ละที่อาจจะแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ราว 1,000-3,000 บาท

 

           2. ชุดรับปริญญา 

เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร เพราะมีทั้งชุดครุย เข็มวิทยฐานะ ตราต่าง ๆ ยิ่งถ้าเป็นบัณฑิตชายยังต้องมีชุดราชปะแตน หรือชุดสูทอีก ส่วนบัณฑิตหญิงก็อาจต้องซื้อกระโปรงตัวใหม่ให้ยาวคลุมเข่า ทำให้รวม ๆ แล้วค่าใช้จ่ายในการตัดชุดใหม่จะตกที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ซึ่งผู้ชายจะแพงกว่าผู้หญิงหน่อย

 

           3. รองเท้า
 
รับปริญญา
อีกสิ่งที่หลายคนอาจจะลืมไปก็คือรองเท้านั่นเอง เพราะการร่วมพิธีรับปริญญานั้น รองเท้าต้องถูกระเบียบ หุ้มส้นสีดำ ซึ่งถ้าบางคนไม่มี ก็ต้องเสียเงินซื้อใหม่กันอีก และราคารองเท้าปกติแล้วจะเริ่มต้นที่ประมาณคู่ละ 500 บาท ไปจนถึง 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับแบรนด์ที่เลือก
           4. ค่าถ่ายรูปรวม-รูปพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
 
รับปริญญาแล้วไม่มีรูปถ่ายเลยก็คงแปลก ๆ น่าดู โดยเฉพาะรูปถ่ายในงานรับปริญญาบัตร และรูปหมู่ที่ถ่ายรวมกับเพื่อน ๆ และอาจารย์ในคณะ จะได้โชว์คนอื่นได้เต็มปากว่าเราเรียนจบจริง ๆ นะ ซึ่งราคารูปพร้อมกรอบจะอยู่ที่ราว 500 บาท แพงไปจนถึง 3,000 บาทเลยก็มี ซึ่งจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับกรอบที่เลือก ใครเลือกกรอบหรู ๆ ราคาก็ยิ่งสูงขึ้นตาม

 

           5. ค่าจ้างช่างภาพ


รับปริญญา
 
 มีภาพในพิธีแล้ว หลายคนก็อยากจะเก็บภาพประทับใจอื่น ๆ เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นถ่ายนอกรอบตามที่ต่าง ๆ ถ่ายวันซ้อม วันจริง ร่วมกับเพื่อน ๆ ครอบครัวที่มาแสดงความยินดี แน่นอนว่าถ้าอยากได้ภาพสวย ๆ ก็จำเป็นต้องจ้างช่างภาพ ซึ่งค่าจ้างจะแตกต่างกันตามฝีมือและประสบการณ์ แต่เร9ปกติแล้วถ้าจ้างครึ่งวันก็จะประมาณ 3,000 บาท ส่วนเต็มวันจะอยู่ราว ๆ 5,000 บาท

           6. ค่าแต่งหน้า-ทำผม

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผู้ชายอาจจะสบายกระเป๋าหน่อย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงนี่สิขาดไม่ได้เลยล่ะ เพราะถ้าอยากมีหน้า-ผมสวยเป๊ะในวันสำคัญก็ต้องจ้างช่างแต่งหน้า-ทำผม ซึ่งค่าจ้างช่างแต่งหน้าก็จะคล้าย ๆ ช่างภาพ คือขึ้นอยู่กับฝีมือและความนิยมของช่างคนนั้น ๆ ไล่ไปตั้งแต่หลักร้อยกันถึงหลักพันก็มี

 

           7. ฉลองเรียนจบ-เลี้ยงน้องสายรหัส
 

นาน ๆ ทีได้กลับมาเจอเพื่อน เจอรุ่นน้องในงานรับปริญญา ก็ต้องฉลองกันสักหน่อย นี่ยังไม่รวมค่าเลี้ยงน้องสายรหัสอีกนะ ที่น่าจะทำให้หมดเงินไม่น้อยอยู่ เพราะฉะนั้น ใครที่มีเพื่อน มีน้องเยอะ ก็เตรียมงบส่วนนี้ไว้หน่อยก็ดี

 

           8. ใส่ซองให้รุ่นน้องที่มาบูม
รับปริญญา
 
 
ในงานวันรับปริญญาของบางมหาวิทยาลัย จะมีรุ่นน้องมาล้อมวงเหล่าบัณฑิตเพื่อบูมแสดงความยินดีให้ด้วย ซึ่งหลังจากบูมเสร็จ พี่ ๆ ก็ต้องควักกระเป๋าใส่ซองให้น้อง ๆ เพื่อเป็นเงินเข้าคณะ เอาไว้จัดกิจกรรมต่าง ๆ แนะนำว่าสำรองเงินส่วนนี้ไว้สัก 1,000 บาท ก็ได้

 

           9. ค่าเดินทาง-ที่พัก
 

 สำหรับใครที่มาเรียนไกลบ้าน การมารับปริญญาก็จะมาพร้อมกับค่าเดินทาง ค่าที่พักด้วย โดยค่าเดินทางนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าระยะทางใกล้ไกลขนาดไหน ส่วนค่าที่พัก น่าจะต้องเตรียมไว้สัก 2-3 คืนเลยทีเดียว เพราะต้องมีวันซ้อมจริง ซ้อมย่อยด้วย ก่อนจะถึงวันรับจริง