Dresses

กระโปรงผ้าขาวม้า ไทยดังทั่วโลก

กระโปรงผ้าขาวม้า ไทยดังทั่วโลก – หากเอ่ยถึงเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของความเป็นไทย “ผ้าขาวม้า” คือหนึ่งในความภาคภูมิใจที่อยู่กับเรามานานหลายยุคสมัย เกือบทุกท้องถิ่นต้องมีไว้ใช้จนกลายเป็นผ้าสามัญประจำบ้าน แต่คุณอาจไม่ทราบมาก่อนว่า เบื้องหลังความธรรมดาของผ้าขาวม้านั้นมีที่มาไม่ธรรมดารวมถึงมีพัฒนาการจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง จากผ้าธรรมดาๆ ที่ใช้ในครัวเรือนบ้านไทยวันนี้ ผ้าขาวม้า ผ่านกาลเวลาวัฒนธรรมมาหลายยุคสมัย ผ่านความคิด จิตวิญญาณ จนกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งซึ่งแสดงความเป็นไทยและยังก้าวไกลสู่สากลได้อย่างภาคภูมิกันเลยทีเดียว

ผ้าขาวม้าเป็นผ้าสารพัดประโยชน์ที่คนไทยใช้มาแต่โบราณ ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะเป็นเพศชาย สามารถใช้นุ่งอาบน้ำ เช็ดตัว คลุมหัวกันแดด หรือทำเปลก็ได้ บ้างก็เรียกว่า “ผ้าเคียนเอว”

ผ้าขาวม้ามีลักษณะเป็นผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างประมาณ 2 ศอก ยาวประมาณ 3-4 ศอก เป็นผ้าสำหรับผู้ชายใช้นุ่งแบบลำลอง ความกว้างจึงเท่ากับระยะจากเอวถึงกลางหน้าแข้ง ความยาวเท่ากับระยะพันรอบตัวแล้วเหลือเศษอีกเล็กน้อย โดยมากทอเป็นลายตารางเล็กๆ นิยมใช้ด้ายหลายสี อย่างไรก็ตาม ผ้าสีเดียว ที่มีขนาดเท่ากับผ้าขาวม้าลายตารางหมากรุกแบบนี้ หากนำมาใช้นุ่งสำหรับผู้ชาย ก็นิยมเรียกผ้าขาวม้าเช่นกัน ผ้าขาวม้าในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น ซึ่งคำว่าผ้าขาวม้า เป็นภาษาทางภาคกลาง ส่วนในภาคอีสานบางแห่งเรียกว่าผ้าแพร ซึ่งมักจะได้จากการทอด้วยเครื่องทอผ้าที่เรียกว่า กี่ และจะทอเป็นขนาดยาวประมาณ 20-30 เมตร ต่อการทอแต่ละครั้งแล้วจึงตัดแบ่งออกเป็นผืน ผืนละ 1 วา หรือ ประมาณ 1 เมตรครึ่ง ดังนั้น บางท้องถิ่นจึงเรียกว่าผ้าแพรวา เรียกตามความยาวของผ้าแต่ละผืน

สีและลวดลายของผ้าขาวม้าจะแตกต่างกันไปตามความนิยมของท้องถิ่นโดยทางภาคกลาง ผ้าขาวม้าจะมีลวดลายเป็นตาลายสก๊อต และของภาคอีสานจะเป็นแบบตาเล็กๆ

ถ้าพูดถึง ผ้าขาวม้าไทย เราก็จะนึกถึงก็คือผ้าลายตารางที่เป็นผืนใหญ่และยาว ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ผูกไว้ที่เอว โพกหัว หรือบางบ้านคุณพ่อก็ใช้เป็นผ้าที่พันไว้ก่อนอาบน้ำใช่ไหมล่ะคะ แต่ช่วงนี้คนรุ่นใหม่ได้นำผ้าขาวม้ามาต่อยอดให้สวย เก๋ เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงเลยทีเดียว

วันนี้ทางเราเลยได้รวบรวมไอเดีย ผ้าขาวม้าไทย ที่คนรุ่นใหม่นำมาดัดแปลงและต่อยอดให้ทันสมัย เรียกได้ว่าเปลี่ยนลุคและภาพจำของผ้าขาวม้าไปเลย

กระโปรงผ้าขาวม้าไสตล์สาวหวานมาแล้วจ้า บอกเลยน่ารักมาก แนวชิคๆเลยจ้า มีลวดลายที่เก๋ไก๋ตามโทนสีที่ดูน่ารักทำให้เป็นลุคชิค ๆ มิกซ์แอนด์แมทส์กับเสื้อยืดสีพื้นสีขาวตัดกันมากคะบอกเลยแมทส์กับรองเท้าคัตชูหรือไม่ก็ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวได้จ้าสามารถใส่ออกงานแต่งเป็นตรีมเจ้าสาวได้เลยจ้าบอกเลยไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครด้วยจ้า

กระโปรงผ้าขาวม้าไทยจ้ามีแล้วตัดเป็นแบบทรงเอพลิ้วเลยจ้าบอกเลยจ้ามิกซ์แอนด์แมทส์กับเสื้อยืดสีพื้นหรือจะเป็นเสื้อเปิดไหล่ข้างหนึ่งก็ดูเก๋ไปอีกแบบจ้าแถมมิกซ์แอนด์แมทส์กับกระเป๋าคู่ใจที่ตัดทอด้วยผ้าขาวม้าไทยอีกด้วยจ้าถือเป็นลวดลายที่คลาสสิกคล้ายๆกับลายสก็อตของเมืองนอกเลยจ้าบอกเลยออกได้ทุกงานใส่สบายไม่ต้องกลัวร้อนกันเลยจ้า

กระโปรงผ้าขาวม้าไทยไสตล์วินเทจก็มาจ้าสาวๆ บอกเลยแนวไปอีกแต่บอกเลยมิกซ์แอนด์แมทส์กับเสื้อลายขวางสีดำแขนยาวคู่กับกระเป๋าสะพายสีแดงแมทส์กับรองเท้าคัตชูสีดำพุดเลยแนวสุดๆ บอกไลฟ์ไสตล์ของตัวเองได้ชัดเจนมาก

กระโปรงผ้าขาวม้าไทยไสตล์ไทยแท้จ้าบอกเลยใส่ออกงานใส่ทำงานได้ด้วยไลฟ์ไสตล์ไทยๆ จ้าบอกเลยงามมากสำหรับสาวหน้าไทยๆแบบเราหรือไม่ก็สาวพื้นเมืองบอกเลยสาวลุคนี้สาวหวานแน่นอนอนุรักษ์ของไทยเวิร์คสุดจ้า

กระโปรงผ้าขาวม้าไทยไสตล์ทรงดินสอถือเป็นทรงยอดฮิตที่สามารถใส่ทำงานได้ด้วยลวดลายที่สีสันสดใสบอกเลยใส่ได้ทุกงานมิกซ์แอนด์แมทส์กับเสื้อสีพื้นและคัตชูเก๋ๆสีดำตัดการเป็นลุคที่ดูเรียบง่ายแต่บอกเลยเก๋ๆ ชิคๆไปอีกแบบจ้า

ชุดกระโปรงผ้าขาวม้าไทยประยุกต์นำมาตัดออกแบบเป็นเดรสเชิ้ตที่มีไอเท็มสุดเก๋ออกแนวน่ารักๆ ชิคๆ ไปเลยจ้าสาวๆ บอกเลยเก๋ไม่เหมือนใครด้วยลวดลายของสีสันที่ออกมาสดใสสามารถมิกซ์แอนด์แมทส์กับรองเท้าสีแดงหรือไม่ก็ใส่รองเท้าผ้าใบได้จ้าเก๋ไม่เหมือนใครเหมาะกับลุคสาวหวานจ้า

ชุดกระโปรงผ้าขาวม้าเป็นแบบชุดชาวพื้นเมืองของภาคเหนือดูน่ารัก เก๋ไปอีกแบบจ้าบอกเลยเหมาะสำหรับสาวลุคน่ารัก ๆ หวานๆ จ้า ใส่เที่ยวกินลมชมวิวได้ทุกที่จ้ามิกซ์แอนด์แมทส์กับรองเท้าผ้าใบสักคู่บอกเลยน่ารักมากจ้าแมทส์กับมองเก๋ๆ แล้วก็มีแว่นกันแดดสักหนึ่งอันแค่นี้เราก็เที่ยวกันได้สบายๆทั้งวันแล้วจ้าสาวๆ สำหรับสาวไหนชอบลุคหวานๆแบบไสตล์สาวพื้นเมืองทางเหนือแบบนี้เก๋มากชิคแน่นอนคะ

ดีไซน์กระโปรงผ้าขาวม้าไทยนำมาประยุกต์เป็นชุดเดรสแบบเปิดไหล่ด้านหนึ่งบอกเลยว่าแซ่บอย่าใครทีเดียวเป็นชุดที่สามารถใส่ออกงานแบบไม่ต้องกลัวเชย กลัวแก่เลยจ้าเพราะดีไซน์มาด้วยผ้าที่มีสีสันสดใสไลฟ์ไสตล์ไม่เหมือนใครแน่นอนบอกเลยใส่ออกไปปังแน่นอนจ้าสาวๆ ลุคนี้เหมาะสำหรับสาวเปรี้ยวและมีความมั่นใจในตัวเองจ้าบอกเลยแซ่บลืมแน่นอนสาวๆ

กระโปรงผ้าขาวม้า ทรงกระสอบแบบชายระบายบอกเลยด้วยลวดลายที่มีสีสันแสบตาขนาดนี้ตัดกับเสื้อที่มีสีพื้นดีไซน์ออกมาแบบเก๋ๆแน่นอน เหมาะกับลุคสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองที่สุด

ผ้าขาวม้าไทย เป็นผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยลายผ้าที่สวยและอยู่คู่กับคนไทยมานาน เป็นภูมิปัญญาและสินค้าประจำหลายจังหวัดทั่วประเทศ และช่วงนี้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจ ดัดแปลงต่อยอดให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย และมีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ผ้าขาวม้าทันสมัย และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ใครยังไม่มีไว้ติดบ้าน ต้องรีบหามาใช้เลยนะคะ

วิธีการผลิต

๑. ออกแบบลายผ้าขาวม้า โดยทั่วไปการทอผ้าขาวม้าจะนิยมทอกันอยู่ ๒ ลาย คือ ผ้าขาวม้าตาคู่และผ้าขาวม้าตาคี่ ส่วนสีที่เป็นลายนั้นแล้วแต่ผู้ทอจะใช้
๒. เมื่อได้ลายที่ต้องการแล้วก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมด้าย คือ การฆ่าฝ้าย ซึ่งเป็นการทำให้เส้นด้ายที่ทำจากฝ้ายไม่เป็นขนและทำให้เส้นด้ายแข็งขึ้น ซึ่งจะทำให้เส้นด้ายไม่พันกัน การฆ่าฝ้ายมีขั้นตอนคือ เริ่มจากนำน้ำใส่ในหม้อที่เตรียมไว้ประมาณ ๕ ลิตร ต่อแป้งข้าวเจ้า ๑ กิโลกรัม ในอดีตจะใช้ข้าวจ้าวแต่ปัจจุบันเพื่อความสะดวกจึงใช้แป้งข้าวจ้าวแทน จากนั้นต้มโดยคนให้เข้ากันจนแป้งละลายและนำมาพักไว้ให้เย็น เมื่อน้ำต้มแป้งเย็นแล้วจึงนำด้ายมาแช่และต้องขยำด้ายเพื่อให้แป้งเข้าเคลือบเส้นด้ายทั่วถึงทุกเส้น แช่ทิ้งไว้สักพักจึงนำด้ายไปผึ่งให้แห้งโดยผึ่งในที่ร่มหรือกลางแดดก็ได้ ขั้นตอนการผึ่งนั้นให้ผึ่งกับราวไม้ไผ่เพราะต้องนำด้ายมาสอดกับราวแล้วสะบัดด้ายเพื่อให้ด้ายแตกจากกัน และมีเส้นที่ตรงไม่บิดงอ
๓. ขั้นตอนการเตรียมด้าย นำด้ายที่ผึ่งจนแห้งแล้วมาใส่ในกง ซึ่งกงเป็นอุปกรณ์ที่ทำจากไม้ไผ่เหลาเป็นซี่ยาวประมาณ ๑ เมตร ๘ อัน และนำมาผูกโยงเข้ากันด้านละ ๔ อัน ด้วยเชือกและมีแกนกลาง ๑ แกน เพื่อจะกวักด้ายใส่ไว้ในอัก เพื่อเป็นการเตรียมด้ายไว้ใช้ในขั้นตอนต่อไป
๔.ขั้นตอนการเตรียมเครือหรือลายยืนในภาษาอิสานเรียกว่า ค้นหูก การเตรียมลายยืนนั้นจะต้องดูว่าฟืมที่ใช่มีความกว้างเท่าใด ซึ่งถ้าเป็นภาษาอิสานฟืมจะมีหน่วยนับความกว้างเป็น หลบ ฟืมที่ใช้ทอฝ้าขาวม้าจะมีขนาดกว้างต่างกัน ตามขนาดของเส้นด้ายที่ใช้ทอ ถ้าเป็นด้านเส้นใหญ่ จะนิยมใช้ฟืม ๑๐ หลบ ถ้าเป็นด้ายเส้นเล็ก นิยมใช้ ๑๒ ถึง ๑๕ หลบ ฟืมจะมีตาหรือ รู ซึ่ง ๑ รู จะใช้เส้นด้าย ๒ เส้น คือ เส้นขึ้นและเส้นลง การขึ้นเครือจะมีวิธีการคำนวณเส้นด้ายดังนี้
๔ รูฟืม เท่ากับ ๑ ควม หรือ เท่ากับ ๘ เส้นด้าย
๑๐ ควม เท่ากับ ๑ หลบ หรือ เท่ากับ ๘๐ เส้นด้าย
ถ้าเป็นฟืม ๑๐ หลบ เท่ากับ ๑๐๐ ควม หรือ เท่ากับ ๘๐๐ เส้นด้าย
เทคนิคการนับเช่นนี้ถือว่าเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมโดยแท้ซึ่งการการกำหนดลำดับก่อนหลังของลายผ้า สี หรือขนาดความกว้างของตาผ้าขาวม้านั้นชาวบ้านจะนับตามหน่วยข้างต้น
๕. เมื่อเตรียมด้ายลายยืนหรือค้นฮูกได้ตามขนาดความกว้างของฟืมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการในด้ายลายยืนที่เตรียมเสร็จแล้วมาเข้าฟืมหรือภาษาอิสานเรียกว่า สืบหูก ฟืมเป็นอุปกรณ์ในการทอผ้าที่มีส่วนประกอบ คือ ตัวฟืม มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีซี่หลาย ๆ ซี่ตรงกลาง และมีเขาฟืมเพื่อดึงเส้นด้ายลายยืนให้ขึ้นลงขัดกับด้ายลายพุ่งในขั้นตอนการทอ ซึ่งเขาฟืมจะมีจำนวนตามลายว่าเป็นลายด้ายยืนว่าต้องการให้เป็นลายดอกหรือลายขัดธรรมดา ถ้าเป็นลายดอกฟืมจะมี ๔ เขา ถ้าเป็นผ้าขาวม้าจะนิยมใช้ฟืม ๒ เขาซึ่งเป็นลายขัด การสืบหูก คือ การนำเครือหรือด้ายลายยืนต่อเข้ากับด้ายเก่าที่ติดมากับฟืมโดยต่อตามลำดับของลายที่ได้ค้นไว้ที่ละเส้น เมื่อต่อเสร็จครบทุกสันแล้วจึงนำไปขึ้นกี่เพื่อเตรียมทอต่อไป
๖. ต่อไปเป็นการเตรียมด้ายลายพุ่ง มีวิธีการ คือ นำด้ายสีเดียวกันกับลายยืนมาปั้นใส่หลอดของกระสวยให้ได้ขนาดของกระสวย โดยใช้หลาเป็นอุปกรณ์ในการปั่นด้ายออกจากอัก
๗. เมื่อเตรียมเครือหรือด้ายลายยืน และด้ายลายพุ่งเสร็จแล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่จะทอด้ายจากเส้นให้เป็นผืนผ้าขาวม้า โดยการนำด้ายที่ปั้นใส่หลอดมาใส่กระสวยซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการนำด้ายลายพุ่งให้วิ่งสอดขัดกับด้ายลายยืนกลับไปกลับมาทีละเส้นทีละสีตามลายที่กำหนดไว้ไปเรื่อยๆ จนได้ความยาวตามต้องการ เป็นอันเสร็จขั้นตอน